2006/Apr/21

...ตอนบ่าย 3 ฉันจะรออยู่ที่คาเฟ่หน้าสถานีน่ะ...คาซึยะ!!!...
... จิน ...

โน๊ตเล็กๆ จากร่างสูงที่ฝากเพื่อนสนิทวิ่งเอามาให้ เพราะคนเขียน ติดเข้าพบอาจารย์ผู้สอนตามหน้าที่ของหัวหน้าห้องที่พึ่งต้องกระทำ ยูอิจิวิ่งเหนื่อยหอบเอามาให้ตอนวินาทีสุดท้าย ก่อนที่รถของทักกี้จะวิ่งออกจากโรงเรียนไปแทบฉิวเฉียด

ทั้งที่วันเวลาเป็นใจแท้ๆ คาบเรียนวันนี้มีแค่ครึ่งวัน งานที่บริษัทหรือก็ไม่มี แต่จินกับคาเมะกับคลาดกันตลอดตั้งแต่เช้าซะงั้นล่ะ

จินไปรับ หรือก็โดนตัดหน้า จากเพื่อนสนิทกลุ่มใหญ่ของคาเมะ เช้าจนถึงสาย มีแต่คนมารุมหน้าล้อมหลังคาเมะเสียจน ทั้งคู่เสียโอกาส แต่ถึงกระนั้น สายตาที่คนทั้งสองลอบมองกัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งให้ ก็คงเพียงพอที่จะทำให้คนทั้งคู่ อุ่นใจขึ้นมาบ้างล่ะ

แต่คำอวยพรล่ะ...

...ฉันยังไม่ได้จากนายเลยน่ะ...จิน!!!...


...สุขสันต์วันเกิด...คาเมะ!!!...

โดยรอบมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวๆจากเทียนขนาดเล็กที่ปักอยู่บนเค้ก ฉายให้เห็นร่างผอมบางที่ยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าเรียวสวยก้มนิดๆ ดวงตาหลับพริ้ม มือบางกุมประสานอยู่ระหว่างอก พร้อมๆกับใบหน้าของคนอื่นๆ ที่ตั้งตารอและจ้องมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว

หลังจากตั้งจิตอธิษฐานได้ดังใจนึกแล้ว เจ้าของงานวันนี้ก็เป่าเทียนที่สว่างไสวให้ดับมอดลง ความมืดที่ปกคลุมคงอยู่ได้ไม่นาน แสงสว่างจากดวงไฟหลอดเล็กสีส้มนวลก็ฉายสว่างขึ้นทดแทน ผนวกกับมู่ลี่ที่ค่อยๆ ปรับเปิดรับแสงยามบ่ายอ่อนๆ เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว บริเวณ

และสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อคาเมะจัดการจรดปลายแหลมของมีด บรรจงตัดขนมหวานตรงหน้าอย่างเบามือ คนแรกที่เขาจะนึกถึง และประเดิมเปิดงานในครั้งนี้ เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ...เจ้านายจอมเฮี้ยบ... ผู้คิดจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้คาเมะแบบฉุกละหุก โดยที่เจ้าของวันเกิดเองยังตกตะลึงไม่แพ้กัน ก็ในเมื่อเจ้าตัวมีประกาศิตเองว่า...ไม่ต้องเข้าบริษัท แต่ไงกับส่งคนไปรับถึงหน้าห้องเรียน รู้อีกน่ะ ว่าวันนี้มีเรียนครึ่งวัน เร่งรีบเอาจน เจ้าตัววิ่งขาแทบขวิด

คาเมะมองตรงไปยังคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ส่งรอยยิ้ม เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดูรักใครคนตรงหน้าเฉกเช่นคนในครอบครัวเสมอ ท่าทางวางตัว ที่ใครๆต่างให้ความยำเกรง เคารพ อาจเพราะคนผู้นี้ เคยทำงานอยู่ในแวดวงนี้มาอย่างโชกโชน เมื่อ 5 ปีก่อน เขาเป็นนายแบบที่ดังสุดขีด เป็นที่นิยมและหาตัวจับยาก แต่กระนั้น...ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร เจ้าตัวจึงเลือกที่จะหันหลังให้กับชื่อเสียง ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งที่มีชื่อในตอนนี้แทน นายแบบในสังกัดเขาแต่ละคน ต่างเป็นที่กระหายใคร่อยากจะได้มาร่วมงานในวงการนี้ทั้งนั้น

แล้วยิ่ง ...ตากล้องมือฉมังที่นั่งพะเน้าพะน้ออยู่ข้างๆนั้นกระไร มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน งานถ่ายภาพนิ่ง โฆษณาของบริษัท หรือแม้แต่นิตยสารติดอันดับให้ตอนนี้ ล้วนมาจากฝีมือของคนผู้นี้ทั้งสิ้น คาเมะเคยได้ยินจากนายแบบที่สังกัดเดียวกันว่า ผู้ชายคนนี้ทั้งเล่นตัว และไม่คิดจะเซ็นสัญญาขึ้นกับใคร แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกัน ถึงมาสิ้นลายที่นี้ได้กันล

ไม่ต้องเดา คาเมะก็พอจะคิดออกว่าจะมาจาก...อะไร...

"ขอบใจ..." เสียงกล่าวที่ดูราบเรียบ แต่แววตากับยิ้มแย้มให้คาเมะเสมอ มือหนาเลื่อนรับจานเค้กจากคนตรงหน้า ก่อนจะล้วงมือหยิบของขวัญกล่องเล็กที่ห่ออย่างประณีตส่งคืนให้แทน
"สุขสันต์วันเกิด...ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากฉัน ลองแกะดูซิ...ว่าชอบหรือเปล่า"
"ขอบคุณฮะ..." ตามคำสั่ง ร่างบาง นั่งลง ณ. บริเวณที่เจ้านายขยับทีให้พร้อมกับมือที่ตบเป็นเชิงอนุญาตให้นั่งข้างๆตัว มือเรียวทำหน้าที่ค่อยๆ แกะกระดาษมันออกช้าๆ ไม่ให้ขาด

น้ำหอมแบนด์ดัง บรรจงอยู่ในกล่องหรู ยี่ห้อที่คาเมะชอบนักชอบหนา คือ ของขวัญจาก เจ้านายที่คาเมะ ได้รับ เจ้าตัวส่งยิ้มละไม ก่อนจะกอดกล่องที่ตกแต่งอย่างดี เข้ากับความหรูหราของมันแนบอก
"ขอบคุณครับ..."
"ไม่เป็นไรหรอก...นี้คือ สิ่งที่นายสมควรได้รับอยู่แล้ว...เห็นทากิซาว่าบอกว่านายชอบกลิ่นนี้...ฉันก็เลยซื้อตามที่เขาบอกน่ะ" คาเมะเหล่ตามองไปทางตากล้องหนุ่มที่กำลังนั่งจิบไวน์ แต่แอบส่งยิ้มรู้กันให้เล็กน้อย กับเจ้านายของเขา
"แอบไปซื้อด้วยกันหรอฮะ...ไม่ยักรู้" คาเมะส่งสายตาล้อเลียนคนทั้งคู่ ทักกี้มองค้อนๆ ก่อนจะกระแอมเบาๆ
"ไม่ต้องมาทำแซว...แล้วเค้กส่วนของฉันล่ะ...ให้แต่สึบาสะ ไม่คิดจะให้ฉันบ้างหรือไง ไอ้เต่า ฉันก็อยากกินเหมือนกันนะ เค้กน่ะ" ส่งเสียงเข้มซะงั้น เจาเต่าของทักกี้หัวเราะจนตาหยี
"ครับๆ...เขินก็บอกเถอะ...คุณทักกี้"
"คาซึ!!!..." คาเมะไม่รอให้โดนดุหรอก ก่อนที่ทักกี้จะแยกเขี้ยวไปมากกว่านี้ เจ้าตัวแสบก็รีบลุกแจ้นไปไกลแล้ว...

"ไอ้ตัวแสบ..." ทักกี้สบถเบาๆ จนคนที่นั่งอยู่ข้างกาย อดจะขำไม่ได้
"ก็พอกันน่ะล่ะ" สึบาสะเปรย
"คุณว่าอะไรน่ะ" ทากิซาว่า หันควับมองคนที่ค่อยๆเปลี่ยนท่าทางจากนั่งไขว่ห้าง เป็นเอนตัวเท้าแขนกับที่เท้า เหลือบมองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้
"เร็วจังนะ ถ้านับจนถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้วซิ ที่เขาอยู่กับพวกเรา"
"นั้นซิ...เร็วเหมือนกัน ฉันยังนึกภาพวันที่คาซึมาเทสต์หน้ากล้องครั้งแรกได้...ถึงประหม่า แต่ก็สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้ไม่มีขัดเขิน แต่ก็แสบไม่ใช่ย่อย ไม่รู้ว่าทำไม...เจ้าหนุ่มนั้นถึงเอาอยู่ได้" ทักกี้ส่ายหัว นึกถึงใครบ้างคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ด้วย
"ไม่รู้ว่าใครเอาใครอยู่กันแน่..." ประโยคที่เปล่งออกมา ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะขันๆ ยิ้มตามสไตล์เทวดาองค์น้อยๆ ที่ใสซื่อ แต่ความเป็นจริงกับร้ายเหลือที่เปรียบ
"นั้นซิ...แต่ก็ยังตกใจไม่หาย ตอนที่หมอนั้นเดินเข้าไปหาคุณถึงในห้อง ท่าทางแน่วแน่ขนาดนั้น ทั้งๆที่ความจริงดูเรียบร้อย เซ่อๆ ผมยังคิดว่าจะโดนคุณไล่ตะเพิดออกมาจากห้องเสียอีก" ภาพเมื่อหลายวันก่อน กลับมาทำให้คนทั้งคู่นึกย้อนกลับไป เจ้านายหนุ่มไม่ตอบ แต่กับยิ้มกว้าง มองไปยังกลางวงที่ เจ้าของวันเกิดกับเพื่อนๆ กำลังหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน


...ผมอยากจะขอลาหยุดให้คาซึยะ ช่วงวันเกิด ครับ!!!...

ประโยคทักทาย หลังจากที่ร่างสูงใหญ่ เปิดประตูเข้ามาเผชิญหน้ากับสึบาสะที่พึ่งกลับเข้ามาได้ไม่นาน ด้วยท่าทางเพลียๆ แล้วยังอารมณ์ที่กำลังขึ้นได้ทีในตอนนั้น ...เจ้าหมอนี้ ไม่ดูสถานการณ์กันเลยซิ...ให้ตาย


"หึ...บ้าดีเดือดซิไม่ว่า..." สึบาสะพึมพำเบาๆ ยกมุมปากนิดๆ จนคนที่นั่งข้างๆ มองด้วยใบหน้าสงสัย
"คุณว่าอะไรน่ะ" ไม่มีเสียงตอบอีกเช่นเคย ทักกี้เอง เมื่อเห็นว่าคนข้างกายไม่คิดจะตบคำถาม เขาเองก็ไม่คิดจะขะยั้นขะยอ ขัดใจสิ่งใด
"เอาเถอะ...ถึงไงก็ได้แกล้งสมใจล่ะ...ฉันว่าคุณน่าจะพาของเล่นของเราไปคืนเจ้าของได้แล้วน่ะ ทากิซาว่า" สึบาสะหันมายิ้มหวานให้ทักกี้
"คุณหนำใจแล้วหรือไง...สึบาสะ" ทักกี้ยิ้มกรุ่มกริ่ม
"ฉันไม่อยากมีบาปติดตัวน่ะ...แกล้งแค่นี้ก็พอแล้ว...คนเขาอุตส่าห์ขอให้มีเวลาได้อยู่ด้วยกันนานๆ 2 ต่อ 2 ในช่วงวันพิเศษ ก็แกล้งเล่นๆ พอหอมปาก หอมคอเถอะ แต่ถ้าคุณคิดว่ายังไม่สะใจ ก็คงต้องรอหน่อยนะ ตอนนี้ฉันยังคิดเกมส์สนุกๆ ไม่ค่อยออกน่ะ" สึบาสะเอี้ยวตัว หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ ยิ้มสุขใจ ทากิซาว่า ส่ายหัวเอือมๆ รู้สึกหนักใจแทน จินเหลือเกิน ที่ต้องมาพบเจอกับ เจ้านายที่แสนจะห่วงและหวงลูกน้อง ยิ่งกว่า ไข่ในหินอย่าง คนตรงหน้า...

...เอาน่า...วิธีทดสอบ พอประมาณ เพื่อดูความจริงใจของนาย...ฉันว่า ผู้ชายอย่างนาย คงจะ...รับมือได้ไม่ยากหรอกน่ะ...อาคานิชิ!!!...


...ริมกระจกด้านในสุดในร้านคาเฟ่กาแฟขนาดย่อม บนโต๊ะเก้าอี้โซฟา หน้าหนังสือหน้าแล้วหน้าเหล่า ถูกพลิก อ่านไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน จากแผ่นแรก เรื่อยไปจนปัจจุบัน มันใกล้จะถึงแผ่นสุดท้ายเต็มที ผู้อ่านดูจะอ่านด้วยทีท่าใจเย็น พอๆกับถ้วยนมช๊อกโกแลตอุ่นๆ ที่ตอนนี้ไม่เหลือเลยแม้แต่หยดเดียว เจ้าของนัดที่มานั่งรอตั้งแต่ บ่ายโมงกว่าๆ จนตอนนี้ปาเข้าไปบ่าย 3 ครึ่ง คนที่เขารอพบก็ยังไม่มาเสียที

เสียงประตูเปิด เป็นเพียงสัญญาณให้เขาเงยหน้าขึ้น พร้อมๆกับฉายประกายแววตารอคอยด้วยความหวัง ถ้าสึบาสะ มาเห็นท่าทางจินตอนนี้ คงจะสนุกไม่น้อยล่ะคราวนี้...


...ขอบคุณครับ!!!...

น้ำเสียงร่าเริงแจ่มใส ดังกังวาน พอๆกับประตูรถที่เปิดกว้างและร่างทั้งร่างของคาเมะก้าวลงจากรถคันหรู
"ไม่เป็นไรหรอก...รีบไปเถอะ...ระวังคนรอนั่งหน้าเมื่อยล่ะ คาซึ" สารถีเกือบจะเป็นประจำตัวคาเมะ กล่าวมองดูเข็มยาวของนาฬิกาที่เลยไปชี้ที่เลข 8 แล้ว
"ครับ...ชอบคุณมากนะฮะคุณทักกี้...แล้วพรุ่งนี้เจอกันครับ..."
"อืม...Happy Birthday อีกรอบน่ะ คาซึ" บทสนทนาสุดท้าย ก่อนที่รถคันเก่งจะแล่นเลยจากไป โดยมีผู้โดยสารยืนโบกมืออยู่ข้างหลัง ก่อนจะหันหลังชะโงกชะเง้อมองไปตรงไปยังร้านคาเฟ่ที่เป็นจุดนัด

รอยยิ้มสดใส ผนวกกับแววตาแสนรัก ฉายออกมาบนใบหน้าขาวนวลของร่างบาง กระจกใสที่สะท้อนภาพชายหนุ่มในชุดลำลองสีเรียบๆ ตกแต่งได้ดูเข้ากันกับใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา ท่าทางจดจ่อกับบางอย่างที่คาเมะยังต้องเอียงคอมองน้อยๆ มือหนาที่เขารู้ดีว่าอบอุ่นอ่อนโยนแค่ไหนกำลังสัมผัสกระดาษบางเบาอย่างทะนุถนอม

...จะว่าอะไรไหม ถ้าคาเมะอยากจะบอกว่า...รู้สึก อิจฉา เจ้าหนังสือเล่มนั้นเสียจริง...


...เอ๊ะ...นั้น...นายแบบในรูปนี้...คาเมนาชิไงเธอ!!!...

เสียงผู้หญิงกลุ่มย่อมๆ ที่เดินผ่านร่างบางแต่พากันเลี้ยวหลัง ชี้ชวนให้เพื่อนๆในกลุ่มมองตาม เมื่อได้รับการยืนยันว่าใช่อย่างแน่นอน จากการลงเสียง พวกเธอต่างพาร่างของตน เดินมาหยุดและสะกิดไหล่แขนของคนตรงหน้าเป็นการใหญ่
"คาเมนาชิคุง...คาเมนาชิคุง...ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมค่ะ..." รอยยิ้มเป็นมิตรฉาบบนใบหน้า หัวทุยๆ ส่ายช้าๆ ก่อนที่แววตาเดียงสาจะหยีเล็กลง
"ขอโทษฮะ...ผมกำลังรีบ...เขารอผมอยู่..." สองเท้าจากก้าวเดินธรรมดา เปลี่ยนเป็นออกวิ่งในทันใด คาเมะปรารถนาให้ทุกนาทีในตอนนี้ มีแค่เขากับจินเท่านั้น ไม่อยากจะเสียงเวลาแม้แต่วินาที ให้ผ่านพ้นเลยหายไป

เจ้าตัวกระชับเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนน้อยๆ สูดหายใจเข้าลึกเมื่อหยุดยืนตรงไม่ใกล้จากคนตรงหน้า เพียงแค่กระจกกั้น แต่ไม่มีวี่แววที่คนในนั้นจะหันมามองผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย

...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก!!!...

เสียงเคาะกระจกเบาๆ ปลุกให้คนที่กำลังปล่อยจินตนาการไปกับหนังสือเล่มใหญ่ สะดุดราวกับตื่นจากฝัน เจ้าตัวเงยหน้าหันมองตามเสียง ก่อนจะเผยยิ้มกว้างให้คนตรงข้ามได้เห็นเต็มตา
คาเมะป้องปากตัวเองกับกระจก เป่าลมให้เป็นฝ้า ก่อนจะจรดปลายนิ้วเขียนเรียบเรียงเป็นตัวอักษร


...ฉันมาแล้ว...

และลงท้ายด้วย มือที่วาดโค้งมนด้านบน ก่อนจะจรดพบเจอกับปลายอีกด้าน ผนวกบวกกันเป็นสัญลักษณ์ที่คนทั่วไป รู้ได้ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างภาษา

...รูปหัวใจดวงเล็ก...
...จาก...
...คาเมะ ถึง จิน...

ไม่มีอะไรที่ส่งกลับมา นอกจากเลือดฝาดบนใบหน้าคม และรอยยิ้มที่ดูเก้อเขินจากจิน แม้ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันจะน้อยนิด เทียบไม่ได้กับคู่รักคู่อื่นๆที่มักจะหอมหวานในช่วงแรกเริ่ม แต่การแสดงความรักที่ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การแสดง หรือสายตา พวกเขาไม่เคยเป็นรอง แพ้คู่ไหน หรืออาจจะเรียกได้ว่า...คู่นี้ล่ะ...ครองแชมป์จริงๆ


...มืออบอุ่นเกาะเกี่ยวกัน เดินเคียงข้างไปตลอดทาง หลังจากที่พวกเขาเดินออกมาจาก ร้านกาแฟหน้าสถานี รอยยิ้มและประโยคสนทนาประจำวันดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดย่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็น คาเมะที่เล่า และจิน รับฟัง บรรยากาศที่ คน 2 คนสร้างขึ้น ดูชั่งเหมือนโลกส่วนตัว ที่ใครๆก็ไม่กล้าจะเข้าไปยุ่งย่าม

"เราจะไปไหนกันหรอ...จิน"
"วันนี้เป็นวันของนาย...อยากไปไหนล่ะ" คาเมะเหลือบตามอง นิ้วเรียวแตะริมฝีปากเหมือนใช้ความคิด จินก้มหน้าลงหน่อยๆ มองดูคนรักด้วยสายตาเอ็นดู
"แล้ว...จินไม่ได้คิดไว้หรอ...ว่าจะพาฉันไปไหน" คาเมะเอี้ยวตัว หันมาสบตาคนรัก ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง ก่อนจะส่ายหัวช้าๆ
"คือฉัน...แค่คิดว่าอยากจะอยู่กับคาซึยะนานๆ เหมือนที่คาซึยะเคยบอกกับฉันไง ก็เลย...ไม่ได้คิดเอาไว้" จินหน้าเศร้า เขาดูเหมือนผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ตอนนี้โปรแกรมในหัวที่จะใช้เวลาอยู่กับคนรัก แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำไป

คำพูดที่ได้ยินจากปากของคนข้างกาย ทำให้ตัวคาเมะร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวแอบก้มหน้ายิ้มเอียงอาย หวั่นไหวในใจ ที่กำลังเต้นครึกโครม เขารู้นิสัยของจินดี และเพราะท่าทางแบบนี้ แสดงอะไรออกมาตรงๆ ไม่ปิดบังนี้ล่ะ ที่มักจะทำให้คาเมะรู้สึกมีค่าขนาดไหน สำหรับจิน

...ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่

...ไม่จำเป็นต้องมีของมีค่ามาบำเรอ ให้หลงระเริง

...แค่อยู่ข้างกันแบบนี้ สัมผัสกันเป็นครั้งคราว กระซิบบอกรัก ทั้งทางภาษากาย ภาษาใจ

...ก็เพียงพอแล้วสำหรับคน 2 คน ที่จะอยู่ด้วยกัน...


"ถ้าอย่างนั้น..." มือเล็กบีบกระชับเป็นระยะๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบคล้องแขนแข็งแรงแน่ เอนซบศีรษะกับไหล่กว้าง เหมือนแมวน้อยๆ ที่เที่ยวคลอเคลียเจ้านายของตน "เรามาทำตามที่พูดกันไหมจิน...ตอนนี้ฉันอยากเดินกอดจินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเราค่อยมาคิดอีกทีดีกว่า...ว่าเราจะทำอะไรด้วยกัน...นับจากตอนนี้ไป มันเป็นเวลาของเรา 2 คน เนอะ...จิน"

ยิ้มละไมแจ่มชัดอยู่บนใบหน้าสวยใส ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมขึ้นหยิกแก้มอวบอิ่มของคนรักเบาๆ
"แต่ตอนนี้...จินต้องยิ้มให้ฉันชื่นใจก่อนซิ...ทำหน้าแบบนี้...เดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าฉันบังคับพาจินไปฆ่าหรอก...อย่าทำหน้าเมื่อย...ยิ้มซิยิ้ม..."
แค่ได้ยินแค่นี้...ความขุ่นข้องหมองใจก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง จินรวบมือเล็กนั้นมาบีบ ก่อนจะหัวเราะคลอเคลียกันไปตลอด...


คนทั้งคู่ต่างใช้ช่วงเวลาของกันและกัน เดินไปทั่วใจกลางเมือง ไม่ได้คิดจะพักเหนื่อยด้วยกับเรียกรถนั่งฆ่าเวลาๆ แต่กลับนั่งพักตามเก้าอี้สาธารณะ โดยไม่นึกห่วงว่าจะมีใครจดจำว่าตัวเองเป็นคนดังขนาดไหน และไม่สนใจสายตาใครมอง และซุบซิบ ชี้ชวน

ทาโกยากิใส่ปลาหมึก...แสนอร่อยในราคาน้อยนิดทดแทนเค้กก้อนใหญ่แสนแพง
เครื่องดื่มกระป๋องธรรมดา...ให้ความชุ่มช่ำแทน ไวน์ยี่ห้อดังๆ
เสียงหัวเราะ ต่อกระซิก...บรรเลงเป็นเพลงวันเกิด
อ้อมแขน โอบกอด การละเล่นที่ใช้กลั่นแกล้งกันพอประมาณ...เปรียบเสมือนของขวัญชิ้นล้ำค่าที่หาอะไรเปรียบไม่ได้

ความมืดโรยตัวบดบังแสงสว่างจากด้านนอก เมื่อพวกเขากล่าวเข้ามาสู่โรงหนังขนาดใหญ่ เพราะไอเดียความต้องการอยากดูภาพยนตร์สักเรื่องจากคนตัวเล็กที่ขะยั้นขะยอ อ้อนขอ
เสียงขบขัน ท่าทางลุ้นจนออกนอกหน้า หรือแม้แต่ความขบเครียดของพวกเขา แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง ข้าวโพดที่ซื้อมาจากข้างนอก ร่วงลง เมื่อยามตัวละครแสดงท่าทีตื้นเต้น ตกใจ จนคนทั้งคู่ต้องรีบเร่งเก็บให้สะอาดทั้งที่สายตายังจับจ้องไปที่จอฉายขนาดใหญ่ ก่อนที่หนังจะดำเนินมาถึงท้ายเรื่องจบด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่มือใหญ่เอื้อมแตะให้บริเวณที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของร่างบาง เพราะความซึ้งแสนเศร้า ของหนังรักที่พวกเขา ซื้อตั๋วเข้ามาดู

จินโดนคาเมะบ่นกระเง้ากระงอด ว่าไม่มีอารมณ์โรแมนติกเสียบ้าง ทั้งๆที่ตอนจบน่าเศร้าใจขนาดไหน แต่จินกับไม่เสียน้ำตาเลยสักหยด แล้วค่อยพาลงอนไปซะงั้น จนเจ้าตัวต้องตามงอนด้วยไอศกรีมรสสตอเบอรี่ 1 โคน จูงมือกันเดินเล่นต่อไป

พวกเขาพากันเดินเล่นไปตามร้านค้ามากมาย ชมโน่นดูนี้ สนุกสนาน บ้างลองเสื้อราคาย่อมเยาว์ เลือกดูเครื่องประดับที่แม้ว่าบางชิ้นจะดูด้อยค่า แต่ความสวยอาจแซงหน้าของราคาแพงเชียวล่ะ

แต่ถึงเช่นไร...ความสุขก็มักจะวิ่งผ่านไปเร็วเสมอ ท้องฟ้าที่แต้มสีสว่าง ค่อยๆ ถูกระบายเป็นสีเข้ม และมืดมิดลง ในที่สุด นาฬิกาข้อมือบอก เวลา 3 ทุ่มกว่าๆ ถึงคราวที่พวกเขาจะต้องเก็บภาพวันนี้เอาไว้ในความทรงจำแล้วซิน่ะ

จินก้มมองศีรษะเล็กที่ซบผลอยหลับ เพราะความอ่อนเพลีย ซบร่างซุกหาไออุ่น จนเจ้าตัวต้องกระชับไหล่เล็กให้มั่งคงมากขึ้น ก่อนจะผินหน้า เงยมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ที่กำลังปรากฏภาพโฆษณาเสื้อผ้าของคนรัก ด้วยท่วงท่าน่าทะนุถนอม ถ้าคนทั่วที่เดินพลุกพล่านให้ความสนใจ หันมามอง พวกเขาคงจะได้เห็น นายแบบตัวเป็นๆ กำลังนิทารมณ์เหมือนเด็กน้อย อยู่ให้ผ้าห่มตัวโตที่แสนอบอุ่น


...จิน...ขี่คอหน่อยซิ!!!...

เสียงออดอ้อนของคาเมะ หลังจากที่ลืมตาตื่น ด้วยความงอแงง่วงงัน ยามรู้ว่า เวลาแห่งความสุขกำลังจะมอดไหม้หมดลง จินยอมรับตามที่ขออย่างว่าง่าย เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า และมั่งคง คาเมะซึมซับความรู้สึกรักจากแผ่นหลังแกร่ง ซบหน้า หลับตาพริ้ม แต่ไม่มีทางที่สติจะเลือนหายไปอีก

"คาซึยะ...หลับหรือเปล่า..." จินเหล่มองไปด้านหลังน้อยๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าคนที่เขาแบกอยู่นั้นนิ่งงันไป
"อืม..." เจ้าตัวเพียงแค่ครางตอบรับเบาๆ
"วันนี้...สนุกไหม มีความสุขหรือเปล่า" ถามกลับเสียงอ่อน มองตรงไปข้างหน้าที่ผู้คนเริ่มบางตา คนข้างหลัง เกยคางกับไหล่กว้าง กระชับอ้อมแขนที่โอบอยู่หลวมๆ ให้แน่นขึ้น เอียงหน้ามองเสี้ยวหน้าคนรัก ด้วยรอยยิ้มละมุน
"แล้วจินล่ะ...สนุกหรือเปล่า"
"สนุกซิ...สนุกมากเลยล่ะ" จินตอบแข่งขัน กระชับตัวคนรักให้แน่นขึ้นอีก
"ตัวฉันหนักหรือเปล่า...จิน"
"ไม่เลย...คาซึยะตัวเบานิดเดียวเอง" จินหันมายิ้มกว้างให้คนรัก เพื่อเป็นการยืนยัน คาเมะยิ้มกว้าง เขินอายไม่น้อยกับคำพูดของคนรัก
"ถึงบ้านแล้ว...คาซึยะ"
"อืม..."

ร่างผอมบางถูกประคองให้ลงจากหลังแกร่งช้าๆ หลังจากที่ทั้งคู่ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ
"ขอบคุณนะจิน...วันนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลย...เป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่ามากจริงๆ..." แม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม แต่มันจะเป็นนามธรรมในใจคาเมะเสมอไป
"นี้...คาซึยะ...ช่วยล้วงเข้าไปให้กระเป๋าเสื้อ...หยิบอะไรให้ฉันหน่อยซิ...อยู่ด้านขวาน่ะ" คาเมะมองหน้าร่างสูง ฟังคำขอของเขาอย่างงงงัน ก่อนจะขยับตัวเอื้อมมือล้วงไปยังทิศทางที่จินบอก มือเล็กๆตะปบ แปะป้าย ควานหยิบ เงยหน้าสบตากับคนรักที่ยิ้มด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ จนเจอกับกล้องเล็กๆ หันมาสบตากับคนรักเป็นเชิงถามว่าใช่สิ่งนี้หรือไม่ ก่อนจะหยิบขึ้นมา เมื่อได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับ

กล่องกระดาษที่พันธนาการด้วยเชือกเส้นเล็กๆ เจ้าตัวพลิกดูไปรอบๆ ก่อนจะเงยหน้ามองด้วยความฉงนใจ
"ของคาซึยะล่ะ ฉันไปเลือกกับเจ้ายูแล้วก็อุเอดะเมื่อวาน ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า ลองเปิดดูซิ" แววตาเป็นประการ ราวกับเด็กได้ของเล่น เจ้าตัวรีบกระตุกปลายเชือก และเปิดฝากล่องในทันที

...ตุ้มหูเพชรเม็ดเล็ก 1 ระยิบระยับ เมื่อแสงจากไฟนิออนข้างทางส่องสะท้อน...

"จินซื้อให้ฉันหรอ..." เจ้าตัวถามเสียงใส มือเรียวแตะต้องแผ่วเบา
"อืม...ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่าน่ะ"
"ชอบซิ...ชอบมากเลย..." คาเมะรีบตอบเสียงดังฟังชัด ก่อนจะรีบกอดคอคนรัก ด้วยท่าทีเริงร่า
"ขอบคุณมากนะ จิน..." กลีบปากชุ่มจรดจุมพิตที่แก้มหนาๆ หัวเราะชอบใจ จ้องมองของขวัญในมือไม่วางตา
"ฉันจะรักษาเป็นอย่างดีเลย"
"อืม...ฉันใส่ให้ได้ไหม" จินถามเสียงเบา เม้มปากเขินอาย ท่าทีแบบนี้ล่ะ คาเมะชอบที่สุดเลย เจ้าตัวพยักหน้ารับ เกลี่ยผมทีบังแก้ม ทัดหู รีบถอนเครื่องประดับอันเก่าออกในทันที ก่อนจะเอียงคอหน่อยๆ รอให้จินค่อยๆบรรจงหยิบตุ้มหูเพชรเม็ดเล็ก ใส่ให้อย่างเบามือ ร่างบางรับรู้ได้ถึงแรงสั่นของมือคนรัก เขาหลับตาพริ้มรอจน จินมั่นใจว่ามันจะไม่หลุดหายไปไหน จะตราตรึงอยู่คู่กับคนตรงหน้าตลอดไป

มือหนารวบข้อมือของคาเมะ หยิบเครื่องประดับอีกข้างส่งให้ คาเมะมีทีท่างงงวย ไม่เข้าใจว่าจินต้องการจะให้ทำสิ่งใด
"ส่วนข้างนี้...ฉันขอได้ไหม" จินเอ่ยหน้าตาไม่มั่นใจเท่าที่ควร
"หืม???"
"ฉันอยากให้คาซึยะ ใส่มันให้กับฉันน่ะ ได้หรือเปล่า" ไม่พูดเปล่า ยังทัดผมตัวเองให้เรียบร้อย จนคาเมะเห็นรูเล็กๆ ที่ดูท่าทางคงพึ่งไปเจาะมาอย่างแน่นอน
"จิน...ไม่เจาะมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ"
"เมื่อวาน...แอบเจาะน่ะ...เจ็บเหมือนกันน่ะ" หัวเราะอายๆ พลอยทำให้คนรัก มองแกมเอ็นดูไม่ได้ คาเมะทำตามที่จินต้องการ ด้วยความชำนาญจึงเสร็จเร็วกว่าที่จินทำให้เมื่อกี้เสียอีก
"ตอนนี้เราก็มีเป็นคู่แล้วเนอะ" พูดเสียงใส ยิ้มหวานฉ่ำ จินพยักหน้ารับ มือหนาเลื่อนแตะที่เครื่องประดับของตัวเองเบาๆ
"ราตรีสวัสดิ์นะจิน..."
"เช่นกัน...คาซึยะ"
"พรุ่งนี้เจอกันน่ะ"
"อืม...ฉันจะมารับ"
"บ๊ายบาย..." มือเล็กโบกลาคนรักหวิวๆ ก่อนจะกลับหลัง ทำท่าจะก้าวเดินเข้าบ้านของตน

"...เอ่อ...เดี๋ยวก่อนคาซึยะ" จินกลับรั้งเขาไว้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับมือนุ่มที่กำแขนเล็กเอาไว้
"คือ...ดูเหมือนฉันจะลืมอะไรไปอย่างหนึ่งน่ะ" จินกล่าว เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้คาเมะที่หันมองเขาเต็มตา อย่างฉวนสงสัย มือแกร่งเลื่อนโอบรอบเอวคอดหลวมๆ หน้าผากหนาชิดติดกับคนตรงหน้า เจ้าตัวสูดหายใจเข้าลึก ลมหายใจส่งกระเซ้ากันและกัน เพียงปลายจมูก

...Happy Birth Day to U...
...Happy Birth Day to U...
...Happy Birth Day...
...Happy Birth Day...
...Happy Birth Day to U...

......Happy Birth Day Kazuya...

...ดูเหมือนฉันจะยังไม่ได้ร้องเพลงวันเกิดให้นายเลยนะ!!!...

ร่างสูงแนบริมฝีปาก ร้องเพลงกระซิบที่ข้างใบหู พร้อมกับคำอวยพรสั้นที่พรั่งพรูมาพร้อมกับ แอ่งน้ำน้อยๆ จากขอบตาของคาเมะที่ร้อนผ่าว จินดึงร่างผอมบางเข้ามากอดกระชับ พร้อมกับกระซิบรักที่ข้างหูอีกครั้ง

"ฉันรักนาย...คาซึยะ"
"บ้าที่สุด...นายกำลังทำให้ฉันอยากร้องไห้นะจิน" มือเล็กระดมทุบหลังจิน ก่อนจะกอดรัดแน่น
"แย่จัง...แล้วฉันจะปลอบนายยังไงดีล่ะ" เสียงทุ้มดังกังวาน
"ก็ร้องเพลงวันเกิดให้ฉํนฟังจนกว่าจะเบื่อซิ...คืนนี้ จินไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ" ทั้งคู่หัวเราะประสานเสียงกัน ก่อนที่ค่ำคืนนั้นจะบรรเลงไปด้วยเสียงเพลง ไพเราะ สำหรับคนๆหนึ่ง เพื่อคนอีกคนหนึ่ง ตลอดไป...

สำหรับ คาซึยะ...จิน ชอบทำอะไรให้ประหลาดใจเสมอ
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ ผู้ชายขี้อาย ที่อบอุ่น
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ คนที่อยู่ด้วยแล้วสุขใจ
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ คนที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีค่าเสมอ
สำหรับ คาซึยะ...จิน นี้ล่ะ คือ...สิ่งล้ำค่า ที่เป็นเหมือนของขวัญในทุกๆ เทศกาล

...ฉันก็รักจินน่ะ...รักมากๆ...แล้วก็จะรักตลอดไป...ฉันเชื่อ...ว่ามันจะเป็นแบบนั้น...เพราะจินนั้นล่ะ คือ สิ่งล้ำค่า ที่ฉันรอคอยมาตั้งแต่เกิด!!!...

#~~# THE END #~~#








2006/Apr/21

#~~# Chapter The End #~~#

...อืม...หืมมมมมมม!!!...

ร่างที่คู้ไปตามผ้าห่ม กลิ้งไปเรื่อยๆ จนพอใจ พร้อมกับเสียงครางบิดขี้เกียจเป็นระยะๆ มือเรียวปกป้องดวงตาหยีจากแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใส
"...จิน...ปิดม่านให้หน่อยซิ..." เสียงงัวเงีย ออดอ้อนแฝงหงุดหงิดน้อยๆ เมื่ออาการอยากหลับอีกสักงีบโดนทำลายลง

...เห็นจะไม่ได้หรอกครับ...เพราะสายโด่งขนาดนี้...คุณคงต้องรีบตื่นได้แล้วล่ะครับ...คุณคาเมนาชิ!!!...

น้ำเสียงยียวนกวนประสาท ดังแววมาจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงของคนที่อยู่กับเขาตั้งแต่เมื่อคืนเลยสักนิด เมื่อได้ยินเช่นนั้น เปลือกตาที่ปรอยปรือ ก็เบิ่งกว้าง พร้อมๆกับลำตัวที่หันไปมองคนที่นั่งขัดสมาธิ เท้าคาง มองตากรุ่มกริ่ม ยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ข้างหลัง

...คุณทักกี้!!!...

"อืม...ฉันเองล่ะ ไม่ใช่เจ้าเซ่อ หวานใจนายหรอก" ทากิซาว่ากล่าวกวนรับอรุณสวัสดิ์ คาเมะค่อยๆยันตัวนั่งมองซ้ายขวา อย่างงงงัน มือเรียวเย็นเชียบจากอากาศที่อบอวล ลูบใบหน้าแผ่วเบา ก้มมองดูผ้าห่ม และเสื้อคลุมที่สวมใส่อยู่ คาเมะจำได้ ...เสื้อไหมพรมทัก... ที่จินใส่มาหาเขาเมื่อคืน ตอนนี้ยังคงห่อหุ้มอยู่ ไม่ได้หายไปพร้อมกับเจ้าของ

"แล้วทำไมคุณทักกี้ถึง..." คนที่ยังเบลอๆ หันมาถาม ร่างสูงที่เปลี่ยนจากนั่งเป็นลุกขึ้นยืน ทักกี้ไปตอบ ที่หันหน้าชี้นิ้วไปที่นาฬิกาแขวนเรือนเล็กๆ ที่บอกเวลาล่วงเลยมาถึง เก้าโมงกว่าๆแล้ว
"นายคงไม่ลืมน่ะ ว่า ตอน 10 โมง มีนัดกับใครที่บริษัทน่ะ คาซึ"
"อ่า...ฮะ" คาเมะตอบรับ พอนึกถึงตารางงานวันนี้ทั้งวันได้คราวๆ เช้านี้เขามีนัดกับเจ้านายนิน่า
เจ้าตัวใช้มือเล็กๆ บีบคลายความตึงเครียดที่ท้ายทอย ดูท่า อาการไข้คงยังไม่หายดีเสียเท่าไรนั้น ร่างสูงเห็นดังนั้น จึงเดินเข้าไปใกล้ นั่งคุกเข่าข้างๆ อังมือหนากับหน้าผาก
"อาการยังไม่ดีขึ้นนิ วันนี้จะลาหยุดก็ได้น่ะ...เดี๋ยวฉันบอก เจ้านายให้" น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใย ของทักกี้ เบาลง จนหัวทุยๆส่ายไหวปฏิเสธ
"ไหวฮะ...แค่นี้เอง เมื่อคืนก็นอนไปตั้งแยะ กินยาดักไว้แล้วด้วย...สบายมาก" ชูสองนิ้ว สู้ชีวิตพร้อมกับยิ้มสดใส จนคนห่วงคลายความกังวล ก่อนจะผละตัวออก
"ถ้าอย่างนั้นก็ลุกได้แล้ว...นายก็รู้จักนิสัยเจ้านายดีนิ...ถ้าไปเลทเดี๋ยวองค์จะไปลงยับที่สตูฯ ของฉัน...ฉันขี้เกียจดับไฟน่ะ" คาเมะหัวเราะเสียงใส มองใบหน้าเหยเก แต่ถ้าสบแววตาที่เปล่งประกายแบบนั้นน่ะ ถึงไฟจะไหม้สตูดิโอจนวอด ทักกี้ก็ยอมละว่ะ

"เอ่อ...คาซึ...เจ้าหนุ่มนั้นออกไปหลังจากฉันมา ฝากข้อความไว้ให้นายอยู่หัวเตียง เดี๋ยวฉันรอที่ห้องครัวน่ะ ขอฝากท้องร่วมโต๊ะด้วย คงไม่ว่าน่ะ"
คำตอบคือ รอยยิ้มสดใส มองจนคนฝากท้องยามเช้า เดินออกไป พร้อมกับเสียงผิวปาก คาเมะจึงเอี้ยวตัวหยิบกระดาษที่มีข้อความเล็กๆ กำกับไว้

...ขอโทษ...ที่ฉันอาจจะไม่ได้อยู่จนนายตื่น เรโอะโทรมาน่ะ แล้วฉันก็เห็นว่าคุณทักกี้มาพอดี ก็เลยวางใจว่าเขาจะดูแลนายหลังจากที่ตื่นนอน...
...ฉันทำข้าวต้มรองท้องไว้ให้นายเรียบร้อยแล้ว...กินเสร็จอย่าลืมยาลดไข้ที่วางอยู่บนโต๊ะน่ะ...


คาเมะเหลือบมองที่โต๊ะกระจก มียาสีขาว 2 เม็ดวางอยู่บนกระดาษทิชชู พร้อมๆกับแก้วใสบรรจงน้ำอุ่นๆ รอยยิ้มจางๆ เปล่งประกายออกมา ก่อนจะก้มมาจดจ่อกับโน๊ตอีกครั้ง

...แล้วเย็นนี้ฉันจะไปหาที่บริษัท...ถ้าไม่ไหว ก็อย่าฝืนน่ะ ฉันคุยกับคุณทักกี้ไว้แล้ว...เพราะนายชอบทำอะไรเกินตัว...คาซึยะ...
...อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆด้วยล่ะ...นายยังไม่หายดี...
... - จิน - ...


...ป.ล. เอ่อ...ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากบอกว่า...ฉัน...เป็นห่วงน่ะ...

ใบหน้าขาวใส ระเรื่อสีแดงสดอย่างเห็นได้ชัด มุมปากที่กดเบาๆ ยกสูงขึ้น พร้อมกับแววตาเปี่ยมสุข จนอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าเรียวติดกับฝ่ามือที่รองรับกระดาษแผ่นน้อย ยิ้มกว้าง ตาหยี หัวเราะแผ่วเบา ไม่ใช่นึกขำสิ่งใด แต่เพราะความรู้สึกในใจที่เพิ่มพูน เอ่อล้น จนปกปิดได้ไม่มิดต่างหากล่ะ ที่ทำให้เขาร่าเริง แจ่มใส ทั้งที่ร่างกายยังจับไข้อ่อนๆ แบบนี้

...อะแฮ่ม...อะแฮ่ม!!!...

หัวทุยที่ก้มจนติดแผ่นกระดาษ สะดุดไหวไปทั้งตัว ก่อนจะเหลียวมองไปที่หน้าประตู ด้วยสัญชาตญาณ มือที่กำโน๊ตเอาไว้ รีบวางซุกกับผ้าห่มในทันใด มองหาเจ้าของเสียงที่ทำให้เขาตกใจ ด้วยใบหน้าเหรอหรา จนหันไปเจอะกับดวงหน้ายิ้มกรุ่มกริ่ม มีแววล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด

"...คือ...ฉัน...จะมาบอกได้ว่า...ฉันจะตั้งโต๊ะให้ ส่วนนายก็...อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปกินข้าวต้มด้วยแล้วกัน...แค่นี้ล่ะ" ทักกี้ผะโงกหัว ทำท่าทีเหมือนไม่รู้ ไม่เห็นสิ่งใด คาเมะก้มหน้าอายๆ ครางรับเสียงเบา
"อืม...งั้นฉันลงไปรอข้างล่างน่ะ...ส่วนนายก็...อย่าชื่มชนจดหมายนานล่ะ เดี๋ยวไข้จะขึ้น หน้าแดงเป็นเต่าสุกแล้วน่ะ...คาซึ" ไม่รอให้เห็นค้อนลูกเบ้อเร้อจาก คาเมะที่มองตะหวัดไปด้วยความขวยเขิน ทากิซาว่าคิดว่า เขาควรจะรีบชิ่งก่อนที่จะโดนเต่ากัดเป็นดีที่สุด เขาจึงรอดพ้น หมอนใบใหญ่ที่ขว้างไปกระแทกกับประตูเจ้ากรรมแทนคนชั่งล้อ ที่หายหัวลับไปเรียบร้อย...


...จินๆๆ...ฉันขอยืมสมุดเลคเชอร์วันนี้หน่อยดิ!!!...

เสียงอ้อนวอนของเพื่อนรัก ที่นั่งอยู่ข้างๆ สะกิดไหล่จินเบาๆ หลังจากออดหมดเวลาเรียนคาบสุดท้ายของวันดังขึ้น เจ้าของสมุดมีสีหน้าหนักใจไม่น้อย แต่ก็ต้องกล่าวปฏิเสธออกไป เพราะมีเหตุผลที่สำคัญกว่า
"ขอโทษนะ ยูอิจิ...ฉันกะว่าจะเอาไปให้คาซึยะลอกอ่านน่ะ...ไม่ได้มาเรียนตั้ง อาทิตย์แล้ว...กลัวว่าจะเรียนไม่ทัน...ถ้ายังไง...นายเอาไปซีร๊อกซ์ได้ไหมเดี๋ยวฉันจะรอที่ล๊อกเกอร์แล้วกัน"
"ได้ซิ...ได้ๆๆ...ฉันขอเวลา 5 นาที...แล้วจะรีบวิ่งเร็วปรื๊อไปหานายเลย...ยังไง ฝากเป้ฉันให้นายเอาลงไปรอด้วยได้ไหม" จินพยักหน้าตามคำขอ ยูอิจิ จึงรีบรับคำ ก่อนจะรับสมุดมาจากมือเพื่อน แล้ววิ่งฉะลิ่วออกไปจากห้องทันที่ จินมองยิ้มๆจนเพื่อนหายลับตา จึงค่อยหันมาเก็บสัมภาระที่วันนี้ดูจะเยอะกว่าทุกวัน ทั้งถุงช๊อกโกแลต ดอกไม้ หรือแม้แต่ของขวัญขนาดลดหลั่นกันไป จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกอันล้วนถูกปะหน้าถึง ...คาเมนาชิ คาซึยะ...

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนิ...ก็ทุกปี คาเมะต้องมารับเองกับมือ...เมื่อถึงเทศกาสนี้...แต่ปีนี้แย่หน่อย ที่เจ้าตัวติดงานเป็นอาทิตย์ แถมด้วยป่วยเป็นไข้หวัดอีกต่างหาก ดังนั้นคนที่รับหน้าแทนก็ไม่พ้น...คนรักอย่าง ...จิน... นะซิ

...วันนี้ล่ะ...จินจะรู้ถึงคำว่า ...บ้าห่อฟาง... เป็นอย่างดี...

...อาคานิชิคุง!!!...

เสียงหญิงสาวที่ดังจากด้านหลังของจิน หลังจากที่เขาห่อหิ้วข้าวของเดินออกมาห่างจากห้องได้ไม่เท่าไร ชายหนุ่มหันไปยิ้มให้ตามมรรยาท ก่อนที่ดวงตาเรียวจะมองตรงไปยังด้านหลังในสุดที่เห็นบางสิ่งที่ถูกโอบอุ้มและวางไว้อย่างทะนุถนอม
"คือว่า...พวกเรามีเรื่องจะรบกวน...ไม่รู้ว่าอาคานิชิคุงจะว่าอะไรไหม ถ้าพวกเรา..." ตัวแทนกลุ่มดูจะเขินอาย จนเขาต้องยิ้มรับ ด้วยความจริงใจและเต็มใจ
"ครับ???"


...โอ๊ะ...หมียักษ์บุกสตูฯฉันหรือนี้!!!...

เสียงทักทายยามพบหน้าของช่างกล้องทากิซาว่าดังขึ้น ทั้งที่ภาระหน้าที่ยังดำเนินอยู่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะปากเสียออกไปแบบนั้น...ก็เจ้าตัวขนปุยนั้นเรียกร้องความสนใจจากคนในนั้นได้เป็นอย่างดีจริงๆ
"เอ่อ...ขอโทษที่กวนตอนทำงานฮะ..." พนักงานขนส่งจำเป็น วางตุ๊กตาตัวใหญ่ ไว้ข้างๆ โค้งให้คนรอบๆ ไม่เว้นแม้แต่นายแบบที่นั่งอยู่บนโซฟาสีขาวสนิท ด้วยความเกรงอกเกรงใจ
"ไม่เป็นไรหรอก...ทำไมไม่โทรเรียกล่ะฉันจะได้บอกให้คนที่บริษัทไปรับที่โรงเรียน...แล้วมายังไงล่ะนั้น ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ซะด้วย..." ทักกี้ก้มปรับเลนส์กล้องต่อ แต่ยังยิงคำถามออกไปอีก 1 ประโยค
"เอ่อ...แท๊กซี่ฮะ...แล้วก็เดินขึ้นลิฟท์มาน่ะครับ" จินพูดเกาท้ายทอยปรอยๆ แก้เก้อ
"อืม...ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วล่ะ ว่านายมายังไง...คาซึอยู่ข้างในน่ะ สงสัยคงหลับไปแล้วล่ะมั่ง...เงียบชี่ขนาดนี้ ไปดูซิ" ทักกี้ชี้โบ้ยไปที่หน้าประตูแขวนชื่อของ คาเมะ พร้อมกับรูปเต่าประดับเต็มไปหมด "เอ่อ...แล้วคาซึยะถ่ายหมดเซ๊ตของวันนี้หรือยังครับ...คุณทักกี้"
"อืม...ยังหรอก...รอถ่ายอีก 3 เซ๊ต ตอนนี้ก็ให้นอนไปก่อนแล้วกัน มีเวลาพอสมควรเลยล่ะ แล้วถ้าถึงคิวฉันจะให้คนเข้าไปเรียกเอง" จินพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะลากสังขารและสัมภาระเดินตามไปด้วย จนนายแบบในชุดวาบหวิวครางด้วยความเป็นห่วง
"นี้...อาคานิชิคุง ฉันว่าเอาของพวกนั้นไว้ข้างนอกก็ได้มั่ง...ไม่ต้องขนเข้าไปหรอก...หนักเปล่าๆ เดี๋ยวในพนักงานที่นี้เอาเข้าไปเก็บให้ก็ได้"
"เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกครับ คนฝากเขาอยากให้ถึงมือ แค่นี้ไม่หนักหรอกครับ" จินกล่าวสุภาพมองรอบๆตัว หันไปปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้หวังดีที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบหอบพะรุงพะรังเดินเข้าไปยังมุมห้องริมในสุด เมื่อเห็นคนที่กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย พยักหน้ารับอย่างจนใจ...


...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก!!!...

...ครืด...ครืด...ครืด!!!...

ร่างผอมเบาที่ทิ้งตัวนอนคว่ำนอนกับโซฟาตัวใหญ่เป็นเวลานานหลายชั่วโมง ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ด้วยความรู้สึกง่วงงง มองหราไปทั่วห้อง ก่อนจะไปหยุดปรับสติให้มั่นคงกับประตูห้องที่เปิดอ้า ก่อนจะปิดโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาอย่างเฉื่อยช้า

...จิน!!!...

"มาแล้วหรอ..." รอยยิ้มแบบคนพึ่งตื่นส่งมาให้เป็นการทักทาย แต่แล้วยังไม่ทันที่มือเรียวจะขยี้ตาอย่างที่ตั้งใจไว้ คาเมะก็ต้องมองรอบตัวจินด้วยความงงงัน
"แล้ว...มันอะไรกันน่ะ" ชี้ไปรอบๆ ก่อนจะมองสบตาจิน ด้วยแววตามีคำถาม จินหัวเราะแหยๆ วางช่อดอกไม้ กล่องซ๊อกโกแลต ถุงของขวัญ และไม่ลืมที่จะตั้งสิ่งที่ทั้งใหญ่ทั้งหนักที่สุดข้างตัวคาเมะให้เสร็จสรรพ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งบนพื้น ข้างๆร่างเล็กนั่งมองอยู่ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ด้วยความฉงนใจ
"ของฝากวันวาเสนไทน์น่ะ...จากทุกคน" ชายหนุ่มหันมายิ้มตอบเสียงเบา คาเมะมองรอบตัวอย่างทึ้งๆ
"จินขนมาคนเดียวหมดนี้เลยหรอ" คาเมะถามมองไล่ของทุกอย่างรอบตัว เขาไม่คิดว่า มันจะดูมากมายแบบนี้มาก่อน ก็ปกติ...ของพวกนี้จะมีคนจากบริษัทไปขนมาให้เสมอนิน่า
"อืม...ยูอิจิเป็นคนเรียกแท๊กซี่ให้น่ะ...อืมใช่..." มือหนาเอื้อมหยิบกล้องช๊อกโกแลตสีเหลือบทองอย่างดีในถุงสีแดงสดที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ ส่งให้คนรักที่แบมือรับอย่างรู้หน้าที่ "ของพวกอุเอดะกับอุจิน่ะ ฝากมาให้นาย"
"อืม...ขอบคุณน่ะ" คาเมะขานรับเบาๆ แล้วสีหน้าเจ้าเล่ห์แสนกลค่อยๆปรากฏให้จินต้องเลิ่กคิ้วมองอย่างสนใจ มือเรียวข้างที่วางอยู่รีบถูๆที่ชายเสื้อและแบมือยื่นมาตรงหน้าจินอีกครั้ง พร้อมๆกับเอียงคอ เม้มปากราวกับกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจากคนตรงหน้า
"อะไรหรอ???" จินถามเสียงเบา
"แล้ว..." เหล่ตามองลงต่ำหยุดที่ฝ่ามือของตัวเองแวบหนึ่ง แล้วค่อยเงยขึ้นมองหน้าคนรักอีกครั้ง "ของจินล่ะ"
เจ้าตัวสะดุดเฮือก...พึ่งนึกได้ว่า ลืมของๆตัวเองไปเสียชิบ...ตอนนี้คงทำได้แค่ก้มหน้าเลิ่กลั่ก มองซ้ายแลขวา มือทั้งสองข้าง ไล่สะเปะสะปะไปทั่วตัว
"ไหนล่ะ...ของจิน" เสียงใสดังแววอยู่ข้างๆ พร้อมๆกับใบหน้าที่เลื่อนตามติดจิน รอยยิ้มอ่อนๆ ยิ่งทำให้โจทก์อย่างจิน หน้าเสียเข้าไปใหญ่

...แต่พระเจ้า...มักจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากยามคับขันเสมอ...

เหมือนฟ้าเป็นใจ กระเป๋าเสื้อโค๊ทสีดำด้านซ้าย พอจะมีลูกอมที่ห่ออย่างดีที่ได้มา ช่วยชีวิตเอาไว้นะซิ...จะของใครล่ะ ก็จากเจ้ายู เพื่อนยามยากในเวลานี้นั้นล่ะ เพราะเขาบอกว่ามันอร่อยดี เพื่อนตัวดีก็ซื้อมาให้อีกเม็ดด้วยความเต็มใจ แลกกับการให้ยืมสมุดลเล็กเชอร์ไปซีล๊อกซ์ แต่จิตสำนึกบอกให้จินกำมันไว้แค่นั้น เมื่อสิ่งที่มองเห็นรอบตัว ดูจะมีค่ามีราคามากกว่าสิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้ ราวฟ้ากับเหว

ถึงลูกอมเม็ดนี้ สำหรับเขามันคือ สิ่งที่มีค่าทางใจยิ่งใหญ่ ที่เพื่อนจะมีให้เพื่อน แต่ถ้าเขายื่นมันไปให้คาเมะล่ะ มันจะมีค่ามากมายอย่างที่เขารู้สึกตอนนี้หรือเปล่า คนตรงหน้าจะรู้สึกยังไงกัน

คาเมะมองทีท่าเงียบเฉยของจินอยู่นาน ใจที่พองโต ห่อเหี่ยวด้วยความรู้สึกที่ผิดลึกๆ ความจริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการอะไรจากจินเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาได้รับอยู่ทุกวัน ความรัก ความห่วงใย การดูแลเอาใจใส่ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เขาไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดที่สูงส่ง สวยหรู แค่นั้นมันก็มากมายเกินกว่าสิ่งของมีค่าทุกอย่างที่เขาได้รับ ราคาค่างวดที่ว่าแพงหนักแพงหนา ยังสู้ไม่ได้กับคนตรงหน้าคนนี้เลยด้วยซ้ำ เขามองออกถึงสายตาที่มองดูข้าวของบนโต๊ะนั้นของจิน ว่ามันดูเหมือนตำหนิตัวเองกลายๆยังไงชอบกล ประกายตาที่ดูเหมือนว่าตัวเองดูด้อยค่า ที่คาเมะไม่เคยเห็นแบบนี้ มันอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาหวั่นไหวในใจ

แขนเล็กบางโอบรอบคอและไหล่ของจินหนักแน่น หัวเล็กๆ ซบไซ้กับซอกคอกรุ่น ดูเหมือนออดอ้อนราวกับเด็กน้อย เสียงกระซิบผะแผ่ว ดังเว้าวอนอยู่ข้างๆหู เรียกขานชื่อ ...จิน... ไม่ขาด

มือหนาที่ล้วงกำแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อ แตะสัมผัสแขนของคนรักอย่างทะนุถนอม เขาพยายามหันมองใบหน้าเล็กๆที่เกยอยู่บนไหล่ ฉวนสงสัยกับท่าทางที่เปลี่ยน แปลกไปอย่างรวดเร็ว
"ว่าไง..." น้ำเสียงโอบรอบไปด้วยความอบอุ่น ถามเบาๆ
"เปล่า...ก็แค่อยากกอดจินขึ้นมาน่ะ" เสียงกระเส่าเหมือนเด็กเล็ก แรงโอบที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนถูกโอบอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขบขัน แค่เท่านั้นรอยยิ้มจางๆก็ ผุดจากกลีบปากอิ่มของคาเมะ เจ้าตัวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะนึกหมั่นเขี้ยว เป่าหูให้จินจั้กกะจี้เล่นๆอย่างนึกสนุก
"พอแล้ว...พอแล้ว...เล่นแบบนี้หายไข้ดีแล้วหรือไง คาซึยะ" คนถูกแกล้งหันมาทำหน้าเครียดใส่ แต่แววตาดูเอ็นดูแฝงความสุขโดยเร็ว ลืมเรื่องทุกข์ใจที่แวบเข้ามาไปฉับพลัน
"อืม...หายแล้ว...ตอนเนี๊ยน่ะ ออกไปเดินเล่นข้างนอกได้สบายๆเลยล่ะ" ไม่พูดเปล่า ทำท่าเบ่งกล้ามให้คนรักดูซะงั้น
"ขอให้จริงเถอะ กลัวว่าอาการทรุดแล้วเดี๋ยวฉันจะโดนดุเอาน่ะซิ ว่าไม่ดูแลคาซึยะให้ดี" จินว่ายิ้มๆ เอื้อมมือเกลี่ยผม ทัดหูให้ คาเมะยิ้มกว้างบีบแก้มจินด้วยความหมั่นไส้จนมันส์มือซะยกใหญ่ ก่อนจะบ่ายหน้ามองไปที่โต๊ะที่มีของกินวางกองพเนอ
"เห็นแล้วก็อยากกินอะ..." พึมพำเบาๆ มีจินค่อยพยักเพยิด เออออไปด้วย มือเล็กๆที่จับอยู่บนไหล่ขยำเสื้อโค้ทเบาๆ จนเจ้าตัวต้องหันไปมอง และต้องพบเห็นกับแววตาออดอ้อน ออเซาะแบบเด็กๆ เป็นรอบที่เท่าไรของวัน ก็ยากจะนับได้
"จิน...แกะให้กินหน่อยซิ..." ตามฟอร์มที่เขารู้อยู่แล้วล่วงหน้า แต่ก็ไม่ขัดขืนเหมือนเดิม เมื่อคาเมะร้องขอ จินก็พร้อมที่จะทำตามโดยดุษดีและเต็มใจเสมอ
"ป้อนด้วยนะ ป้อนด้วย" ตบมือดีอกดีใจ ที่เห็นว่าจินกำลังบรรจงแกะ ห่อช๊อกโกแลตให้อย่างไม่เกี่ยงงอน
แต่ยังไม่ทันที่ช๊อกโกแลตชิ้นเล็กๆที่จินหักให้ จะยื่นเข้าปาก คาเมะก็ขัดขึ้นด้วยการเอื้อมมือข้างหนึ่งลงไปในกระเป๋าเสื้อที่จินสวม เขานึกสงสัยอยู่นาน ว่าจินเก็บอะไรเอาไว้ในนั้น ตั้งแต่ตอนที่อ้อนขอของขวัญจากคนตรงหน้า รอยยิ้มสมใจเผยให้จินเห็น ก่อนที่ลูกอมเม็ดเล็กๆ ที่ค่อยๆชูให้คนทั้งคู่ได้เห็นพร้อมกัน
"เมื่อกี้จินจะหยิบนี้ให้ฉันใช่ไหม..." คาเมะถามเสียงเบา จินก้มหน้านิ่ง ไม่อย่างมองใบหน้าของคนรักในตอนนี้เลยแม้แต่หน่อย
"อะอืม..."

...เงียบ...

ไม่มีเสียงใดๆตอบรับออกมาอีก ไม่มีเสียงชวนพูดอีกเช่นเดิม จนมือที่ถือก้อนขนมสีดำรสหวานค่อยๆเลื่อนตกลงกับตัก เหมือนคนหมดเรี่ยวแรง ตอนนี้สิ่งที่จินคิด เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดอย่างร้ายกาจ เหฟมือนนักโทษ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใคร

"คาซึยะ...คือฉัน..."

...แกะให้หน่อยซิ ตอนนี้ฉันอยากกินลูกอมเม็ดนี้มากกว่าซ๊อกโกแลตพวกนี้แล้วซิ!!!...

มือเล็กๆ ยื่นลูกอมเม็ดเล็ก ให้จิน มองเขาด้วยสายตารักใคร่และอ้อนวอน
"นะ...ฉันอยากกินของจินมากกว่า"
แม้จะพูดขนาดไหน คนตรงหน้าก็ยังนิ่งเฉยมองเขาไม่วางตาเลยแม้แต่น้อย จนเจ้าตัวเริ่มแสดงอาการหน้าบู้ บูดบึ้ง
"ชิ...แกะเองก็ได้..." ไม่พูดเปล่า นั่งจุ้มปุกพิงหลังกับโซฟา ตั้งอกตั้งใจแกะกระดาษสีใสเป็นอย่างดี จนมองเห็นเม็ดลูกอมเล็กๆ เจ้าตัวมองด้วยรอยยิ้มอยู่นานจนพอใจ ส่งเข้าปากทำหน้าครุ่นคิด ขมวดคิ้วมุ่ยอยู่นาน ก่อนจะยิ้มแป้นด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
"...อืม...ของจินน่ะ...อร่อยที่สุดเลย...จริงๆน่ะ...จินไม่เชื่อหรอ"

...จริงๆนะ...ไม่ว่าจะอะไร...ถ้าเป็นของจินน่ะ...ดีที่สุดแล้ว!!!...

รอยยิ้มที่ค่อยผุดแย้มที่มุมปาก พร้อมกับใบหน้าที่ก้มลงต่ำ ส่ายไหวปฏิเสธคำพูดของคนร่างเล็กกลายๆ ก่อนจะส่งก้อนขนมที่อยู่ในมือเขาจ่อให้ถึงริมฝีปาก จนเจ้าตัวต้องรีบออกปากรับอย่างรวดเร็ว

"อยากกินอะไรอีกไหม...???"

ตอนนี้สิ่งที่เขาพอจะพูดได้ก็คงมีแต่คำๆนี้เท่านั้น เพราะมันไม่สามารถสรรหาคำพูดอะไรมาพูดได้อีก...นอกจากนั่งมองคนรักที่ยิ้มสุขใส ชี้โน่นชี้นี้ บอกด้วยน้ำเสียงเบาหวาน อยากกินอันนั้น ชิมอันนี้อย่างมันส์ปาก ความแคลงใจที่รู้สึก หายปลิวไปตามลม และมันคงไม่มีโอกาสได้กลับมาให้รกความรู้สึกอีกครั้ง ในเมื่อตัวเขาเรียนรู้แล้วว่า ...คนตรงหน้า... ให้ความสำคัญกับเขามากกว่าสิ่งใด

...ไม่ใช่เพราะความอวดรู้หรือมั่นใจในตัวเองมากเกินไป...แต่เพราะ...

...คาเมะเลือกที่จะแสดงออกให้เห็น...ว่าเขา...รัก...จิน...แค่ไหน...

...ก็เหมือนๆกับจิน...ที่เลือกที่จะให้...ความสำคัญ...กับ...คาเมะ...มากกว่า...สิ่งใด...


...อาจเพราะร่างกายที่ยังอุณหภูมิไม่คงที หรือความคึกที่มากมายเกินไป คนที่นั่งร่าเริง กินนู่นกินนี่อย่างสนุกสนาน ตอนนี้สลบนิ่ง อยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หายใจสม่ำเสมอไม่รู้สึกตัวไปเสียแล้ว ปล่อยให้คนที่นั่งเฝ้า กอดเข่ามองด้วยความรักและห่วงหา มือที่เกาะกุมยังคงเหนี่ยวรั่งกันและกันไม่หลุดหาย บทสนทนาไม่กี่ชั่วโมงยังดังแววในโสตประสาทของจินตลอดเวลา


...จิน...รู้ไหม...วันนี้ฉันอยากทำอะไรที่สุด!!!...

"หืม...อะไรล่ะ"

...จะงี่เง่าไปไหม...ถ้าฉัน...อยากจะโดดงาน...เพราะ...อยาก...อยู่กับ...จิน!!!...



มือนุ่มเลื่อนขึ้นเกลี่ยสัมผัสหน้าผากรับรู้ถึงอุณหภูมิที่ระดับความร้อนผ่าวเริ่มเบาบางลง รอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เมื่อนึกถึงคำพูดชั่งอ้อนของคนรัก แม้ว่ารู้อยู่แก่ใจว่ามันอาจจะมาจากคนที่สติขาดเป็งห้วงๆ เพราะความเพลีย แต่ก็คงไม่พิษ ถ้ามันจะทำให้ใจเขาพองโต

"...อือ..." ร่างเล้กกระแซะเข้าหาความอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว แล้วค่อยแน่นิ่งไปอีกเช่นเคย ท่าทางไร้เดียงสาที่ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นบ่อยนัก มักเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูจากเขาได้ร่ำไป

...HAPPY VALENTINE DAY คาซึยะ...ฉันรักนายเสมอ...และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป...ไม่ว่าสักวัน นายจะไม่ต้องการมัน...ฉันก็จะรักนายไม่เปลี่ยนแปลง!!!...

เสียงกระซิบราวกับปลิวมาจากสายลม มาพร้อมกับจุมพิตอ่อนๆ ที่หน้าผากเนียนขาว แผ่วละมุมเหมือนปุยนุ่น อบอวลไปด้วยความรักจากคนๆหนึ่ง ถึง คนข้างเคียง

...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก!!!...

เสียงเคาะประตูเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า หน้าที่ที่คนรักของเขาต้องกระทำได้มาถึงแล้ว จินหันไปมองคนที่โผล่หัวออกมาหน่อย
"ถึงคิวแล้ว...อาคานิชิคุง...คาเมนาชิคุง...หลับอยู่หรือเปล่าน่ะ"
"อ๊ะ...ครับ...ขอเวลา สัก 10 นาทีน่ะครับ เดี๋ยวผมปลุกให้..." จินกล่าวขออนุญาตอย่างสุภาพกับพนักงานที่ทากิซาว่าไหว้วานให้มาเรียก
"อืมได้ซิ...เดี๋ยวฉันไปบอกคุณทักกี้ให้"
"เอ่อ...เดี๋ยวครับ..." จินรั้งเอาไว้ เมือ่เห็นว่าคนผู้นั้นกำลังจะปิดประตู
"มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า"
"เอ่อ...ผมอยากรู้ว่า...เจ้านายของคาซึยะ...จะกลับเข้ามาที่สตูดิโอหรือเปลาครับ"
"อืม...เห็นว่าอีกแปปจะเข้ามาน่ะ...มีอะไรหรือเปล่า"
"อ่า...ขอบคุณครับ...ผมแค่มีธุระจะขอจากเขานะครับ..." จินกล่าวยิ้มๆ หันมามองคนที่หลับสนิทด้วยใบหน้ามีเป้าหมาย
"อืม...งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกคุณทักกี้ก่อนนะ...มีอะไรให้ช่วยก็บอกล่ะ...อีก 10 นาทีให้คาเมนาชิออกไปได้เลยน่ะ..."
"ครับ..."

จินมองจนประตูปิดสนิท เขาเอื้อมมือขึ้นลูบใบหน้าเยาว์วัยนั้นอีกครั้ง ความคิดที่เกิดขึ้นมาแม้ช่วงวูบ แต่เขาคิดว่า...เขามั่นใจ...ว่าจะทำมันได้...ทำตามที่คาเมะร้องขอ...และทำตามที่ใจตัวเองเรียกร้อง ต้องการ...

...ไม่ได้มีแค่นายที่รู้สึกแบบนั้น...ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างจากนายเลย...คาซึยะ!!!...


#~~#~~#~~#~~#~~# The End #~~#~~#~~#~~#~~#

2006/Apr/21

...Tlu...Tlu...Tlu!!!...

...เสียงโทรศัพท์ไร้สายตั้งโต๊ะเรียกสติบุคคลที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างโต๊ะไม้ดำสนิท ในปากกำลังคาบมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ รีบจัดการเคี้ยวทำเวลา ปัดมือที่เลอะผงชูรสก่อนจะเอื้อมมือรับ

...สวัสดีฮะ...บ้านอาคานิชิครับ!!!...

เสียงน้องเล็กของบ้านที่กำลังจะย่างเข้าวัยหนุ่มตามพี่ชาย เป็นผู้รับสาย ขณะที่บนตักมีหนังสือเล่มหนาสายตาไล่ตัวอักษรอย่างขะมักเขม้น

"พี่จินหรอครับ...อยู่ฮะ...รอสักครู่นะครับ"
"พี่จิน...โทรศัพท์...คุณทากิซาว่า..." หันหลังมองไปยังประตูห้องครัวที่ยังเปิดกว้าง แต่...ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลที่ท่านเรียก ทั้งชะโงกชะเง้อ ทิ้งเวลานานพอที่จะรู้สึกว่าต้องส่งเสียงอีกครั้ง
"พี่จินนนนนนนน..."
"รู้แล้ว...พี่กำลังจะออกไปเรโอะ" แล้วความอดทนก็สำเร็จผล ไม่นานหลังจากที่น้องชายได้รับเสียงตอบรับ ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงผ้าสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยผ้ากับเปื้อนสีทึบ ที่คาดผมทำหน้าที่เก็บกักไม่ให้ผมหน้าที่ยาวปล่อยปรอยปกปิดใบหน้าและแว่นสายตาที่ใส่เป็นประจำ
"ทำไมอะไรอยู่ฮะ...รอนานแล้วน่ะ" เรโอะขมวดคิ้วเอ็ดพี่ชายที่ชักช้า
"ทำพาสต้าให้เรานั้นล่ะ...อยู่ในครัว...ไปดูแทนพี่ทีซิ" พูดพรางเช็ดมือที่เปียกน้ำหมาดๆกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะยื่นรับเครื่องมือสื่อสารจากน้องชาย มองดูจนเจ้าตัวดี ปิดหนังสือในมือ เด็นตัวเดินเข้าไปในห้องครัวแล้ว จึงกรอกเสียงไปตามสายในทันใด
"จินพูดครับ...คุณทักกี้" น้ำเสียงราบเรียบ แฝงไปด้วยความอ่อนน้อม ในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งปลดผ้ากันเปื้อนออกจากร่างกาย

- ..อืม...ขอโทษที่โทรมาตอนนี้น่ะ...นายคงยังไม่นอนใช่ไหม... -

"อ๋อ...ฮะไม่กวนหรอกครับ พอดีกำลังทำมื้อดึกทานกันอยู่น่ะครับ คุณทักกี้มีอะไรหรือเปล่าครับ" ทิ้งตัวนั่งกับโซฟา ถามเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงร้อนรน

- ...อืม...สำคัญด้วยล่ะ พอดีฉันพึ่งไปส่งคาซึที่บ้านมาน่ะ ท่าทางไม่ค่อยดีนะ...น่าจะมีไข้นะ...ดูเพลียๆทั้งวัน รู้สึกว่าวันนี้จะไม่มีใครอยู่บ้าน...ก็เลยนึกถึงนายขึ้นมาน่ะฉันอยากให้นายช่วย... -

ยังไม่ทันที่ทากิซาว่าจะพูดธุระจบด้วยซ้ำ จินก็วางสายโทรศัพท์ลงในทันที พร้อมๆกับลุกขึ้นวิ่งหายเข้าไปในห้องนอนของตน เสียงเท้าที่ก้าวหนักๆ ทำให้เรโอะอดไม่ได้ที่จะเดินออกมาจากห้องครัว มองดูพี่ชายที่สวมเสื้อไหมพรมกันหนาว ในมือถือกระเป๋าสตางค์สีดำสนิท วิ่งมาใส่รองเท้าที่วางๆอยู่ข้างๆชั้นรองเท้า ไม่สนว่าจะเป็นคู่ไหนก็ตาม ไม่มีความประณีตอีกต่อไป เมื่อตอนนี้ความเป็นห่วงมันพลุ่งพล่านไปทั่วจิตใจแล้ว เรโอะที่เดินตามพี่ชายมาถึงหน้าประตู มองด้วยท่าทีฉงนสงสัย ดูพี่ตัวเองจะรีบร้อน จนติดลนลานเสียด้วยซ้ำ ทำไอ้โน่นไอ้นี้ หล่นไม่เป็นท่าแล้วซิ

"เอ่อ...เรโอะ...เดี๋ยวนายกินมื้อดึกเสร็จแล้ว...ก็เก็บล้างให้เรียบร้อยน่ะ ไม่ต้องรอพี่..."
"แล้วจะไปไหนล่ะ..." ถาม มองดูอากกัปกิริยาของพี่ชายที่ไม่มีความเรียบร้อยอะไรเล๊ย ทั้งที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันพี่ชายของเขาไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้ด้วยซ้ำไป ดูท่างานนี้คงสำคัญมากเป็นแน่ถึงลืมภาพนักเรียนดีเด่น เรียบร้อยประจำโรงเรียนแบบนี้
"ธุระ..."
"ตอนนี้เนี๊ยน่ะ?" ถามกลับเสียงสูง เงยหน้ามองนาฬิกาติดผนัง ที่บ่งบอกว่า อีก 15 นาทีจะเที่ยงคืนแล้ว
"อืม...คิดว่าคืนนี้คงไม่ได้กลับหรอก...นายอยู่ได้ใช่ไหม" จินชะงักถาม พึ่งเงยหน้ามองดูน้องชายเต็มตาหลังจากที่เดินกระวนกระวายอยู่นาน ถึงยังไงก็ยังอดห่วงน้องชายเพียงคนเดียวไม่ได้
"อะอืม...แล้วเมื่อไรจะกลับล่ะฮะ" ไม่มีคำตอบ จินหันหลังท่าทางเร่งรีบ ในขณะที่มีเรโอะเดินไปส่งที่หน้าประตูบ้าน
"เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่จะโทรมาปลุกไปโรงเรียน อย่าลืมเก็บล้างให้เรียบร้อยนะ แล้วก็รีบเข้านอนด้วยรู้ไหม...แล้วก็อย่าลืมล๊อกกุญแจ ปิดบ้านให้เรียบร้อยด้วยน่ะ..." กำชับอีกครั้ง มองดูน้องชายที่พยักหน้ารับแบบงงๆ แล้วก็ดูจะไม่เข้าใจอะไรเท่าไรนัก
"ราตรีสวัสดิ์น่ะ" คำสุดท้ายของวัน ก่อนที่จินจะวิ่งเต็มฝีเท้าไปตามถนน เร่งสปีดไม่ทันได้ฟังทำทักท่วงของน้องชายเลยด้วยซ้ำ
"ออกไปทั้งชุดแบบนั้นน่ะนะ...เดี๋ยวก็ได้หนาวตายกันพอดี...เฮ้อ!!!...ไม่อายประชาชีเลยหรือไงกันพี่ฉัน...มีเรื่องอะไรรีบร้อนนักหนาเชียว..." บ่นพึมพำ มองดูจนร่างของพี่ชายจอมเซ่อหายออกไปไกล ลมหนาวของฤดูพัดปะทะเข้ากับร่างของเรโอะจนเจ้าตัวต้องรีบห่อตัว แล้วจึงเอื้อมมือปิดประตูบ้านล๊อกสนิท ตามคำบอกของพี่ชายด้วยความเชื่อฟัง


...ประตูรถไฟใต้ดินเที่ยวสุดท้ายของวันเปิดกว้าง จินเร่งฝีเท้าวิ่งออกจากสถานีเพื่อทำเวลา เสียงก้องในโสตประสาทจากบทสนทนาเมื่อไม่กี่นาทีของทักกี้ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งกระวนกระวายหนักเข้าไปใหญ่

...ท่าทางไม่ค่อยดีนะ...น่าจะมีไข้น่ะ...ดูเพลียๆทั้งวัน!!!...

"...แล้วทำไมไม่โทรมาบอกฉันล่ะ คาซึยะ..." บ่นพึมพำ แต่นั้นก็ไม่ได้ลดสปีดเท้าเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะรับรู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ข้างนอกหนาวแค่ไหน เมื่อประสาทรับรู้ของผิวหนังดูจะตายด้านไม่สิ้น เมื่อความกังวลเกาะกินหัวใจทั้งดวงจนไม่เหลือให้คำนึงถึงสิ่งใด...

...รู้สึกว่าวันนี้จะไม่มีใครอยู่บ้าน!!!...

"รอก่อนนะคาซึยะ..."


...กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง!!!...

เสียงออดหน้าประตูบ้านหลังน้อย 2 ชั้น ภายในจัดเป็นร้านดอกไม้นานาพันธุ์เล็กๆ ความมืดปกคลุมจนบรรยากาศชั่งดูอึมครึมยิ่งนัก อดไม่ได้ที่ผู้มาเยือนต้องกระสับกระส่าย กวาดตามองไปโดยรอบ เวลาดูจะนานเสียเลยเกิน กว่าที่ประตูกระจกบานเล็กจะถูกผลักแง้มออก

...จิน!!!...

เสียงที่ติดจะแหบๆ ใบหน้าดูซีดเซียว ร่างทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเสื้อตัวหนา 2 ชั้นของคาเมะ แต่ดวงตาของเจ้าตัวเบิกกว้างดูท่าคงจะตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นผู้มาเยือนที่ไม่ทันได้คาดฝันกำลังยืนหอบอยู่ตรงหน้า ไม่เจอกันแค่ 2 - 3 วัน ดูเหมือนคนตรงหน้าจะซูบผอมแปลกตาไปจนจินอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆ เอื้อมมือแตะที่ใบหน้า เพราะหวังว่าจะได้รับรู้ถึงอุณหภูมิร่างกายของคนรักเช่นกัน

"ตัวร้อนมากนิ...กินยาหรือยัง...คาซึยะ" ถามกลับน้ำเสียงร้อนรน ใบหน้ามุ่ย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มองสบตากับคาซึยะที่ดู เบลอๆเพลียๆ อย่างที่ได้รับรู้มาจริงๆ แต่ถึงจะป่วยจนตอนนี้รู้สึกเวียนศีรษะแค่ไหน เจ้าตัวก็ยังยิ้มหวาน ตาหยีได้อย่างเช่นเคย มือเรียวเลื่อนขึ้นจับปรับแว่นของจินที่เอียงเล็กน้อยให้เข้าที ก่อนจะตอบเสียงแห้งๆ
"อืม...ยังน่ะ...คิดว่านอนก็คงจะดีขึ้นน่ะ"
"ได้ไงกัน..." ดุน้อยๆ แต่นั้นก็ไม่ทำให้คาเมะที่ยืนยิ้ม สลดหรือรู้สึกผิดเลยซักนิด นอกจากมองดูคนตรงหน้าที่มองเขาด้วยสายตาโกรธเคืองเพราะอาการไม่รู้จักดูแลตัวเองจนติดเป็นนิสัย
"แล้วรู้ได้ไง...ว่าฉันไม่สบายน่ะ"
"คุณทักกี้โทรไปบอกน่ะ...ทำไมไม่โทรมาบอกฉันล่ะ ว่าไม่สบาย" จินถามกลับ มือหนายังไม่หยุดที่จะอิงไปตามใบหน้าและหน้าผากเนียน ก่อนจะกระชับเสื้อตัวหนาของคาเมะให้แน่นขึ้น เพราะกลัวว่าอากศจากภายนอกจะทำให้คนเพิ่งป่วยไข้ยิ่งทรุดหนักเข้าไปใหญ่
"ใครบอกล่ะ...ฉันโทรไปหาตั้งหลายรอบแล้วต่างหาก...แต่ไม่มีใครรับฉันก็เลยคิดว่าจินนอนหลับไปแล้วน่ะ" คาเมะแจงกลับ เมื่อนึกถึงตอนที่กลับมาถึงบ้านก็หยิบโทรศัพท์โทรหาคนรัก แต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าของเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใบหน้าเหรอหรา แววตาที่มองกลับมาเชิงถามหาความจริง
"โทรเข้าเครื่องจินน่ะ...ตั้งหลายรอบ...ไม่มีคนรับเลย" คาเมะก็สร้างความกระจ่างให้ในบันดล จินแทบจะตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ เมื่อเขานึกได้ว่าวันนี้ดันปิดเสียงโทรศัพท์แล้วก็ง่วนกับเจ้าน้องชายตัวดี ไม่ได้สนใจมือถือที่นอนแอ่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือเลยแม้แต่น้อย
"เอ่อ...ฉันขอโทษที...วันนี้มัวแต่ยุ่งกับเรโอะน่ะ...ขอโทษน่ะ" คาซึยะส่ายหน้าไปมา ก่อนจะระเบิดเสียงไอตามมาเป็นลำดับ จนกระทั่งลำตัวที่ตั้งตรงงอไปตามแรงเป้นระยะๆ

...แค่ก...แค่ก...แค่ก!!!...

จินประคองร่างที่สั้นตามอาการไอ มือหนาข้างหนึ่งลูบหลังเล็กแผ่วเบา ก่อนจะตัดสินใจเลื่อนประตูกระจกปิดล๊อกให้เรียบร้อยแน่นหนา

"ไปนอนเถอะ...เดี๋ยวฉันจะอยู่เป็นเพื่อนน่ะ คุณทักกี้บอกว่าไม่มีใครอยู่บ้าน..."
"แล้วเรโอะล่ะ..." ถามกลับ เสียงที่แหบแแรก ยิ่งฟังดูแหบมากขึ้นเป็นลำดับยิ่งกว่าเก่า
"อืม...ป่านนี้คงกำลังนั่งกินพาสต้าน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...เจ้านั้นน่ะอยู่ได้ เดี๋ยวนายไปนอนพักซะ...ฉันจะทำอะไรให้ลองท้องก่อนกินยาแล้วกันนะ"
มือหนาถอดเสื้อไหมพรมที่ใส่ป้องกันความเหน็บหนาวจากอากาศภายนอกที่ระเหยเข้ามายังภายในสวมทับร่างเล็กอีก 1 ชั้น โอบไหล่คาเมะประคองก้าวเดินช้าๆ...


...ฟูกขนาดรองรับร่างของคนๆ เดียวยวบลงเมื่อร่างเล็กที่นั่งพิงผนังได้พักใหญ่ ล้มตัวลงนอนกับหมอนและห่มผ้าขึ้นมิดหน้าอก ตามคำบอกของบุคคลที่เดินหายออกไปจากห้องเมื่อไม่นาน มือเล็กกระชับผ้าขนหนูผืนเล็กกับหน้าผาก หลุบตามองไปยังประตูห้องของตนที่เปิดแง้มเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ก่อนที่เสียงไอแห้งๆจะดังเป็นระยะ บางเบา

...คาซึยะ!!!...

เสียงเรียกจากบุคคลที่โผล่พ้นขอบประตูมาเล็กน้อย จนเจ้าของชื่อขานรับในลำคอ จึงก้าวเข้ามายืนเต็มตัวอีกครั้ง

"ขอยืมใช้ครัวได้ไหม..." ถามกลับด้วยเสียงประหม่า ถึงแม้ว่านี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้ามาในบ้านของคนรัก แต่ก็ถือว่ายังนับครั้งได้ นับจากวันที่คบกัน ดังนั้นการจะทำอะไรก็ควรจะขอเจ้าของบ้านก่อน ถือเป็นมรรยาทสำคัญที่จินตระหนักถึง
"อะอืม..." คาเมะยิ้มรับ "แต่ฉันไม่อยากกินข้าว..."
จินคิดหนักเมื่อได้ยินคำพูดดักทางจากคนรัก ความจริงก็ไม่อยากจะขัดใจคนป่วยซะเท่าไรนัก แต่มันจำเป็นนิน่า...

...ไม่มีคำพูดอ้อนวอนหรือบังคับจิตใจ ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่อยากกิน...ก็ไม่อยากขัดใจ...

คาเมะปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย อาการปวดเวียนตุบๆในหัวรุมเร่าให้อยากหลับไม่ตื่นไปอีกนาน แล้วยิ่งความรู้สึกแน่นหน้าอก คัดจมูก จนเจ้าตัวต้องข่มตาให้หลับอย่างทรมาน จินยืนนิ่งมองดูจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอและผะแผ่ว จึงผละกายออกจากห้องไปอีกครั้งอย่างเงียบเชียบ...


...ถาดขนาดเล็กรองรับถ้วยกระเบื้องที่บรรจงนมอุ่นๆ หอมละไมวางลงบนโต๊ะข้างๆฟูกนอนใกล้ๆ ก่อนที่บริกรจำเป็นจะนั่งคุกเข่าลงช้าๆ เอียงคอมองดูคนรักที่นอนหันข้างซุกตัวกับหมอนคุดคู้กับผ้าห่มผืนใหญ่ จินเอนตัวลงเล็กน้อย เลื่อนมือขึ้นปัดปรอยผมที่เกลี่ยตกบดบังใบหน้าเรียวได้รูป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูบหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม

"คาซึยะ...คาซึยะ...ตื่นก่อนน่ะ...คาซึยะ"
"หืม...อืม" มือเล็กปัดป้อง ไร้ความรำคาญ ก่อนจะยิ่งซุกใบหน้าจนเกือบจะกลืนหายไปกับหมอนนุ่ม จนจินต้องก้มลงไปใกล้ใบหูเล็ก กระซิบเบาๆ เรียกสติให้กับคนขี้เซาให้ลืมตาตื่น
"คาซึยะ..."
คาซึยะค่อยๆขยับตัวอีกครั้ง ก่อนจะหรี่ตาโฟกัสไปยังคนตรงหน้า ถอนหายใจเบาๆ กลิ่นหอมของนมอุ่นลอยแตะจมูกรั้นๆของเจ้าตัวให้หันไปมอง พร้อมๆกับยันตัวขึ้นตามแรงพยุงของคนรัก
"อะไรน่ะ...หอมจัง" ถามกลับ ดูท่าตาคงใกล้สว่างเต็มทีแล้ว
"นมอุ่นน่ะ ก็คาซึยะบอกว่าไม่ยอมกินขาว ฉันก็เลยอุ่นนมให้แทน...ห้ามบอกว่าไม่ดื่มนะ..." รีบพูดดักปากไว้ทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเตรียมตั้งท่าจะปฏิเสธ เมื่อถูกรู้ทัน ใบหน้างอง่ำก็แสดงออกมาโต้งๆ ให้เห็นซะงั้น จนจินอดไม่ได้ที่จะขำ เพราะก่อนที่จะได้คบ ท่าทางแบบนี้โอกาสที่จะได้พบเห็นแทบเป็นศูนย์ ตอนนี้พวกเราคบกันได้ 1 เดือนกับ 20 วันแล้วล่ะครับ เราพยายามที่จะเจอะกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มือหนาเลื่อนโอบอุ้มถ้วยนมอุ่น มาหยุดตรงหน้าคนรัก มองด้วยสายตาอ่อนโยน สายตาที่มักทำให้คาเมะใจอ่อนได้ทุกทีไป เมื่อได้ลองลิ้มรสเพียงแค่อึกเดียว แววตายาวรี ดูงอแงเหมือนเด็กๆ ก็เบิกกว้าง จนต้องเลื่อนมือขึ้นมาประคองถ้วยนั้นเสียเอง ทอดตามองน้ำนมที่มีรสหวานอุ่นลิ้น ก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงเป็นเชิงถาม

"ใส่น้ำผึ้งน่ะ แล้วก็เอาไปต้มให้อุ่นหน่อยๆ เคล็ดลับที่แม่ฉันชอบทำเวลาที่ฉันไม่สบาย อร่อยไหม"
"อืม..." ครางรับเบาๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาดื่มต่อไปเรื่อยๆ ช้าๆ ราวกับไม่อยากให้มันหมดไปซะอย่างนั้น แล้วไหนจะมืออบอุ่นที่กำลังเกลี่ยลูบเส้นผมอ่อนๆของเขาอย่างทะนุถนอม และเฝ้ามองจนถ้วยนั้นเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า แล้วปิดท้ายด้วยยาแก้หวัดเม็ดเล็กๆ กับน้ำสะอาด คาเมะเฝ้ามองจนแก้วน้ำถูกวางกับเข้าที ก่อนจะเริ่มยิ้มแย้มอีกครั้งทั้งที่ใบหน้ายังดูอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อยก็ตามที จินถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อสบตากับคนรัก

"นอนได้แล้วล่ะ...ตื่นมาจะได้ค่อยยังชั่ว...นะ..." ว่าง่ายอยากที่จินต้องการ คาซึยะค่อยๆเลื่อนตัวเองซบกับหมอนนอนตะแคง แววตายังคงสบประสานกับจินไม่หลบไปไหน
"ราตรีสวัสดิ์นะ..." จินเอ่ยเบาๆ ก้มลงจัดแจงถือถาดเตรียมก้าวออกจากห้อง โดยไม่ได้ตั้งใจ มือทั้งสองข้างที่อยู่ภายใต้ความอบอุ่นของผ้าผืนใหญ่ ยืดคว้าออกไปจับที่แขนใหญ่ของคนตรงหน้าที่เตรียมตัวลุกขึ้น จนเจ้าตัวต้องชะงักเพราะกลัวว่า ถ้วยกับแก้วจะตกแตก คิ้วเข้มเลิ่กขึ้น รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่คนป่วยกำลังต้องการจากเขา

"อยู...อยู่เป็นเพื่อนก่อนได้ไหม..." เสียงที่เปล่งผ่านมาจากลำคอ ฟังดูก็รับรู้ได้ถึงความแห้งผาก เจ็บจนแทบร้าวได้กระมัง ไม่มีคำตอบ หรือคำกล่าวปฏิเสธ นอกจากท่าทางที่ตอบรับกลายๆ ด้วยการ รวบมือข้างหนึ่งบีบแน่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ยิ้มกว้างบอกเป็นนัยๆ ว่าจะทำตามที่คนตรงหน้าต้องการโดยไม่ขัดขืน มือที่บีบกันและกัน เปลี่ยนเป็นสอดประสาน ทดแทนความอบอุ่นไม่ให้ลดน้อยลง

"ขอบคุณน่ะ" คาเมะขานแผ่วเบา เลื่อนผ้าห่มที่สามารถปกคลุมความเหน็บหนาวจากอากาศภายนอก เผื่อแผ่ให้คนตัวโตที่พิงผนังเย็นชืด ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆตัว ร่างสูงใหญ่มีแค่เสื้อผ้าชุดนอนที่สวมใส่เท่านั้น ถึงแม้จะมีเสื้อไหมพรม ที่ตอนนี้ ตัวเขาได้จับจ้องมาด้วยการยัดเยียดของเจ้าของ มันก็ดูจะไม่ได้ให้ความอบอุ่นมากมายเท่าไรนัก อาการเต็มตื้นไหลเวียนไปทั่วร่างสั่นเทา ทั้งที่ลมพัดเหน๊บหนาวจนถึงขั้วหัวใจ แต่กับร้อนวาบ แผดเผาให้อุ่นใจ เพียงเมื่อสัมผัสถึงความห่วงใยจากคนตรงหน้าเท่านั้น

"บ้าจริง..." คาเมะครางเบาๆ ก่อนจะเลื่อนชายผ้าห่มปกหน้า บดบังละอองน้ำที่ไม่รู้ว่าซึมซับมาจากที่ใด แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า ตื้นตันจนเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่
"อะไร..." จินชะโงกหน้าเล็กน้อย มองคนที่คู้ตัวกับผ้าห่มและหมอนหนุน เสี้ยวหน้าของคาเมะที่เห็น โผล่พ้นออกมา มีรอยแดงระเรื่อ จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือแตะเบาๆที่หน้าผาก เพราะสงสัยว่าคนรักจะไข้ขึ้นหรือไม่ แต่คาเมะไวกว่า เขาตะครุบมือจินในทันที
"ไม่มีอะไรหรอก..." ตอบเสียงผะแผ่ว เลื่อนมือใหญ่แนบที่แก้มอิ่ม แล้วค่อยหลับตาพริ้ม ยิ้มชวนฝัน จินยิ้มละไม เฝ้ามองคนรักหลับไหลลงช้าๆ ไม่ขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว
"...มือจิน...เย็นดีจัง..." เสียงคราง บ่งบอกว่า นิทรารมณ์กำลังคลาบคลานเข้ามาใกล้ ก่อนจะวาดความฝันหอมหวานให้กับคนไข้ ตัวเล็กๆ ของจิน คนตัวเล็ก ที่น่ารักเสมอในสายตาเขา

อีกครั้งที่จินค่อยๆเอียงตัวลง สูดดมกลิ่นหอมของเส้นผม กระซิบบางเบา

"...ราตรีสวัสดิ์นะ...คาซึยะ..."

...ฉันขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น...ยามที่นายมีฉันอยู่ใกล้ๆ...ก็ขอแค่ให้นาย...หลับฝันดี...คนดีของฉัน!!!...

#~~#~~#~~#~~#~~#

To Be Con...Chapter : End