...ตอนบ่าย 3 ฉันจะรออยู่ที่คาเฟ่หน้าสถานีน่ะ...คาซึยะ!!!...
... จิน ...
โน๊ตเล็กๆ จากร่างสูงที่ฝากเพื่อนสนิทวิ่งเอามาให้ เพราะคนเขียน ติดเข้าพบอาจารย์ผู้สอนตามหน้าที่ของหัวหน้าห้องที่พึ่งต้องกระทำ ยูอิจิวิ่งเหนื่อยหอบเอามาให้ตอนวินาทีสุดท้าย ก่อนที่รถของทักกี้จะวิ่งออกจากโรงเรียนไปแทบฉิวเฉียด
ทั้งที่วันเวลาเป็นใจแท้ๆ คาบเรียนวันนี้มีแค่ครึ่งวัน งานที่บริษัทหรือก็ไม่มี แต่จินกับคาเมะกับคลาดกันตลอดตั้งแต่เช้าซะงั้นล่ะ
จินไปรับ หรือก็โดนตัดหน้า จากเพื่อนสนิทกลุ่มใหญ่ของคาเมะ เช้าจนถึงสาย มีแต่คนมารุมหน้าล้อมหลังคาเมะเสียจน ทั้งคู่เสียโอกาส แต่ถึงกระนั้น สายตาที่คนทั้งสองลอบมองกัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งให้ ก็คงเพียงพอที่จะทำให้คนทั้งคู่ อุ่นใจขึ้นมาบ้างล่ะ
แต่คำอวยพรล่ะ...
...ฉันยังไม่ได้จากนายเลยน่ะ...จิน!!!...
...สุขสันต์วันเกิด...คาเมะ!!!...
โดยรอบมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวๆจากเทียนขนาดเล็กที่ปักอยู่บนเค้ก ฉายให้เห็นร่างผอมบางที่ยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าเรียวสวยก้มนิดๆ ดวงตาหลับพริ้ม มือบางกุมประสานอยู่ระหว่างอก พร้อมๆกับใบหน้าของคนอื่นๆ ที่ตั้งตารอและจ้องมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว
หลังจากตั้งจิตอธิษฐานได้ดังใจนึกแล้ว เจ้าของงานวันนี้ก็เป่าเทียนที่สว่างไสวให้ดับมอดลง ความมืดที่ปกคลุมคงอยู่ได้ไม่นาน แสงสว่างจากดวงไฟหลอดเล็กสีส้มนวลก็ฉายสว่างขึ้นทดแทน ผนวกกับมู่ลี่ที่ค่อยๆ ปรับเปิดรับแสงยามบ่ายอ่อนๆ เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว บริเวณ
และสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อคาเมะจัดการจรดปลายแหลมของมีด บรรจงตัดขนมหวานตรงหน้าอย่างเบามือ คนแรกที่เขาจะนึกถึง และประเดิมเปิดงานในครั้งนี้ เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ...เจ้านายจอมเฮี้ยบ... ผู้คิดจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้คาเมะแบบฉุกละหุก โดยที่เจ้าของวันเกิดเองยังตกตะลึงไม่แพ้กัน ก็ในเมื่อเจ้าตัวมีประกาศิตเองว่า...ไม่ต้องเข้าบริษัท แต่ไงกับส่งคนไปรับถึงหน้าห้องเรียน รู้อีกน่ะ ว่าวันนี้มีเรียนครึ่งวัน เร่งรีบเอาจน เจ้าตัววิ่งขาแทบขวิด
คาเมะมองตรงไปยังคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ส่งรอยยิ้ม เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดูรักใครคนตรงหน้าเฉกเช่นคนในครอบครัวเสมอ ท่าทางวางตัว ที่ใครๆต่างให้ความยำเกรง เคารพ อาจเพราะคนผู้นี้ เคยทำงานอยู่ในแวดวงนี้มาอย่างโชกโชน เมื่อ 5 ปีก่อน เขาเป็นนายแบบที่ดังสุดขีด เป็นที่นิยมและหาตัวจับยาก แต่กระนั้น...ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร เจ้าตัวจึงเลือกที่จะหันหลังให้กับชื่อเสียง ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งที่มีชื่อในตอนนี้แทน นายแบบในสังกัดเขาแต่ละคน ต่างเป็นที่กระหายใคร่อยากจะได้มาร่วมงานในวงการนี้ทั้งนั้น
แล้วยิ่ง ...ตากล้องมือฉมังที่นั่งพะเน้าพะน้ออยู่ข้างๆนั้นกระไร มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน งานถ่ายภาพนิ่ง โฆษณาของบริษัท หรือแม้แต่นิตยสารติดอันดับให้ตอนนี้ ล้วนมาจากฝีมือของคนผู้นี้ทั้งสิ้น คาเมะเคยได้ยินจากนายแบบที่สังกัดเดียวกันว่า ผู้ชายคนนี้ทั้งเล่นตัว และไม่คิดจะเซ็นสัญญาขึ้นกับใคร แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกัน ถึงมาสิ้นลายที่นี้ได้กันล
ไม่ต้องเดา คาเมะก็พอจะคิดออกว่าจะมาจาก...อะไร...
"ขอบใจ..." เสียงกล่าวที่ดูราบเรียบ แต่แววตากับยิ้มแย้มให้คาเมะเสมอ มือหนาเลื่อนรับจานเค้กจากคนตรงหน้า ก่อนจะล้วงมือหยิบของขวัญกล่องเล็กที่ห่ออย่างประณีตส่งคืนให้แทน
"สุขสันต์วันเกิด...ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากฉัน ลองแกะดูซิ...ว่าชอบหรือเปล่า"
"ขอบคุณฮะ..." ตามคำสั่ง ร่างบาง นั่งลง ณ. บริเวณที่เจ้านายขยับทีให้พร้อมกับมือที่ตบเป็นเชิงอนุญาตให้นั่งข้างๆตัว มือเรียวทำหน้าที่ค่อยๆ แกะกระดาษมันออกช้าๆ ไม่ให้ขาด
น้ำหอมแบนด์ดัง บรรจงอยู่ในกล่องหรู ยี่ห้อที่คาเมะชอบนักชอบหนา คือ ของขวัญจาก เจ้านายที่คาเมะ ได้รับ เจ้าตัวส่งยิ้มละไม ก่อนจะกอดกล่องที่ตกแต่งอย่างดี เข้ากับความหรูหราของมันแนบอก
"ขอบคุณครับ..."
"ไม่เป็นไรหรอก...นี้คือ สิ่งที่นายสมควรได้รับอยู่แล้ว...เห็นทากิซาว่าบอกว่านายชอบกลิ่นนี้...ฉันก็เลยซื้อตามที่เขาบอกน่ะ" คาเมะเหล่ตามองไปทางตากล้องหนุ่มที่กำลังนั่งจิบไวน์ แต่แอบส่งยิ้มรู้กันให้เล็กน้อย กับเจ้านายของเขา
"แอบไปซื้อด้วยกันหรอฮะ...ไม่ยักรู้" คาเมะส่งสายตาล้อเลียนคนทั้งคู่ ทักกี้มองค้อนๆ ก่อนจะกระแอมเบาๆ
"ไม่ต้องมาทำแซว...แล้วเค้กส่วนของฉันล่ะ...ให้แต่สึบาสะ ไม่คิดจะให้ฉันบ้างหรือไง ไอ้เต่า ฉันก็อยากกินเหมือนกันนะ เค้กน่ะ" ส่งเสียงเข้มซะงั้น เจาเต่าของทักกี้หัวเราะจนตาหยี
"ครับๆ...เขินก็บอกเถอะ...คุณทักกี้"
"คาซึ!!!..." คาเมะไม่รอให้โดนดุหรอก ก่อนที่ทักกี้จะแยกเขี้ยวไปมากกว่านี้ เจ้าตัวแสบก็รีบลุกแจ้นไปไกลแล้ว...
"ไอ้ตัวแสบ..." ทักกี้สบถเบาๆ จนคนที่นั่งอยู่ข้างกาย อดจะขำไม่ได้
"ก็พอกันน่ะล่ะ" สึบาสะเปรย
"คุณว่าอะไรน่ะ" ทากิซาว่า หันควับมองคนที่ค่อยๆเปลี่ยนท่าทางจากนั่งไขว่ห้าง เป็นเอนตัวเท้าแขนกับที่เท้า เหลือบมองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้
"เร็วจังนะ ถ้านับจนถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้วซิ ที่เขาอยู่กับพวกเรา"
"นั้นซิ...เร็วเหมือนกัน ฉันยังนึกภาพวันที่คาซึมาเทสต์หน้ากล้องครั้งแรกได้...ถึงประหม่า แต่ก็สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้ไม่มีขัดเขิน แต่ก็แสบไม่ใช่ย่อย ไม่รู้ว่าทำไม...เจ้าหนุ่มนั้นถึงเอาอยู่ได้" ทักกี้ส่ายหัว นึกถึงใครบ้างคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ด้วย
"ไม่รู้ว่าใครเอาใครอยู่กันแน่..." ประโยคที่เปล่งออกมา ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะขันๆ ยิ้มตามสไตล์เทวดาองค์น้อยๆ ที่ใสซื่อ แต่ความเป็นจริงกับร้ายเหลือที่เปรียบ
"นั้นซิ...แต่ก็ยังตกใจไม่หาย ตอนที่หมอนั้นเดินเข้าไปหาคุณถึงในห้อง ท่าทางแน่วแน่ขนาดนั้น ทั้งๆที่ความจริงดูเรียบร้อย เซ่อๆ ผมยังคิดว่าจะโดนคุณไล่ตะเพิดออกมาจากห้องเสียอีก" ภาพเมื่อหลายวันก่อน กลับมาทำให้คนทั้งคู่นึกย้อนกลับไป เจ้านายหนุ่มไม่ตอบ แต่กับยิ้มกว้าง มองไปยังกลางวงที่ เจ้าของวันเกิดกับเพื่อนๆ กำลังหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน
...ผมอยากจะขอลาหยุดให้คาซึยะ ช่วงวันเกิด ครับ!!!...
ประโยคทักทาย หลังจากที่ร่างสูงใหญ่ เปิดประตูเข้ามาเผชิญหน้ากับสึบาสะที่พึ่งกลับเข้ามาได้ไม่นาน ด้วยท่าทางเพลียๆ แล้วยังอารมณ์ที่กำลังขึ้นได้ทีในตอนนั้น ...เจ้าหมอนี้ ไม่ดูสถานการณ์กันเลยซิ...ให้ตาย
"หึ...บ้าดีเดือดซิไม่ว่า..." สึบาสะพึมพำเบาๆ ยกมุมปากนิดๆ จนคนที่นั่งข้างๆ มองด้วยใบหน้าสงสัย
"คุณว่าอะไรน่ะ" ไม่มีเสียงตอบอีกเช่นเคย ทักกี้เอง เมื่อเห็นว่าคนข้างกายไม่คิดจะตบคำถาม เขาเองก็ไม่คิดจะขะยั้นขะยอ ขัดใจสิ่งใด
"เอาเถอะ...ถึงไงก็ได้แกล้งสมใจล่ะ...ฉันว่าคุณน่าจะพาของเล่นของเราไปคืนเจ้าของได้แล้วน่ะ ทากิซาว่า" สึบาสะหันมายิ้มหวานให้ทักกี้
"คุณหนำใจแล้วหรือไง...สึบาสะ" ทักกี้ยิ้มกรุ่มกริ่ม
"ฉันไม่อยากมีบาปติดตัวน่ะ...แกล้งแค่นี้ก็พอแล้ว...คนเขาอุตส่าห์ขอให้มีเวลาได้อยู่ด้วยกันนานๆ 2 ต่อ 2 ในช่วงวันพิเศษ ก็แกล้งเล่นๆ พอหอมปาก หอมคอเถอะ แต่ถ้าคุณคิดว่ายังไม่สะใจ ก็คงต้องรอหน่อยนะ ตอนนี้ฉันยังคิดเกมส์สนุกๆ ไม่ค่อยออกน่ะ" สึบาสะเอี้ยวตัว หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ ยิ้มสุขใจ ทากิซาว่า ส่ายหัวเอือมๆ รู้สึกหนักใจแทน จินเหลือเกิน ที่ต้องมาพบเจอกับ เจ้านายที่แสนจะห่วงและหวงลูกน้อง ยิ่งกว่า ไข่ในหินอย่าง คนตรงหน้า...
...เอาน่า...วิธีทดสอบ พอประมาณ เพื่อดูความจริงใจของนาย...ฉันว่า ผู้ชายอย่างนาย คงจะ...รับมือได้ไม่ยากหรอกน่ะ...อาคานิชิ!!!...
...ริมกระจกด้านในสุดในร้านคาเฟ่กาแฟขนาดย่อม บนโต๊ะเก้าอี้โซฟา หน้าหนังสือหน้าแล้วหน้าเหล่า ถูกพลิก อ่านไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน จากแผ่นแรก เรื่อยไปจนปัจจุบัน มันใกล้จะถึงแผ่นสุดท้ายเต็มที ผู้อ่านดูจะอ่านด้วยทีท่าใจเย็น พอๆกับถ้วยนมช๊อกโกแลตอุ่นๆ ที่ตอนนี้ไม่เหลือเลยแม้แต่หยดเดียว เจ้าของนัดที่มานั่งรอตั้งแต่ บ่ายโมงกว่าๆ จนตอนนี้ปาเข้าไปบ่าย 3 ครึ่ง คนที่เขารอพบก็ยังไม่มาเสียที
เสียงประตูเปิด เป็นเพียงสัญญาณให้เขาเงยหน้าขึ้น พร้อมๆกับฉายประกายแววตารอคอยด้วยความหวัง ถ้าสึบาสะ มาเห็นท่าทางจินตอนนี้ คงจะสนุกไม่น้อยล่ะคราวนี้...
...ขอบคุณครับ!!!...
น้ำเสียงร่าเริงแจ่มใส ดังกังวาน พอๆกับประตูรถที่เปิดกว้างและร่างทั้งร่างของคาเมะก้าวลงจากรถคันหรู
"ไม่เป็นไรหรอก...รีบไปเถอะ...ระวังคนรอนั่งหน้าเมื่อยล่ะ คาซึ" สารถีเกือบจะเป็นประจำตัวคาเมะ กล่าวมองดูเข็มยาวของนาฬิกาที่เลยไปชี้ที่เลข 8 แล้ว
"ครับ...ชอบคุณมากนะฮะคุณทักกี้...แล้วพรุ่งนี้เจอกันครับ..."
"อืม...Happy Birthday อีกรอบน่ะ คาซึ" บทสนทนาสุดท้าย ก่อนที่รถคันเก่งจะแล่นเลยจากไป โดยมีผู้โดยสารยืนโบกมืออยู่ข้างหลัง ก่อนจะหันหลังชะโงกชะเง้อมองไปตรงไปยังร้านคาเฟ่ที่เป็นจุดนัด
รอยยิ้มสดใส ผนวกกับแววตาแสนรัก ฉายออกมาบนใบหน้าขาวนวลของร่างบาง กระจกใสที่สะท้อนภาพชายหนุ่มในชุดลำลองสีเรียบๆ ตกแต่งได้ดูเข้ากันกับใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา ท่าทางจดจ่อกับบางอย่างที่คาเมะยังต้องเอียงคอมองน้อยๆ มือหนาที่เขารู้ดีว่าอบอุ่นอ่อนโยนแค่ไหนกำลังสัมผัสกระดาษบางเบาอย่างทะนุถนอม
...จะว่าอะไรไหม ถ้าคาเมะอยากจะบอกว่า...รู้สึก อิจฉา เจ้าหนังสือเล่มนั้นเสียจริง...
...เอ๊ะ...นั้น...นายแบบในรูปนี้...คาเมนาชิไงเธอ!!!...
เสียงผู้หญิงกลุ่มย่อมๆ ที่เดินผ่านร่างบางแต่พากันเลี้ยวหลัง ชี้ชวนให้เพื่อนๆในกลุ่มมองตาม เมื่อได้รับการยืนยันว่าใช่อย่างแน่นอน จากการลงเสียง พวกเธอต่างพาร่างของตน เดินมาหยุดและสะกิดไหล่แขนของคนตรงหน้าเป็นการใหญ่
"คาเมนาชิคุง...คาเมนาชิคุง...ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมค่ะ..." รอยยิ้มเป็นมิตรฉาบบนใบหน้า หัวทุยๆ ส่ายช้าๆ ก่อนที่แววตาเดียงสาจะหยีเล็กลง
"ขอโทษฮะ...ผมกำลังรีบ...เขารอผมอยู่..." สองเท้าจากก้าวเดินธรรมดา เปลี่ยนเป็นออกวิ่งในทันใด คาเมะปรารถนาให้ทุกนาทีในตอนนี้ มีแค่เขากับจินเท่านั้น ไม่อยากจะเสียงเวลาแม้แต่วินาที ให้ผ่านพ้นเลยหายไป
เจ้าตัวกระชับเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนน้อยๆ สูดหายใจเข้าลึกเมื่อหยุดยืนตรงไม่ใกล้จากคนตรงหน้า เพียงแค่กระจกกั้น แต่ไม่มีวี่แววที่คนในนั้นจะหันมามองผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย
...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก!!!...
เสียงเคาะกระจกเบาๆ ปลุกให้คนที่กำลังปล่อยจินตนาการไปกับหนังสือเล่มใหญ่ สะดุดราวกับตื่นจากฝัน เจ้าตัวเงยหน้าหันมองตามเสียง ก่อนจะเผยยิ้มกว้างให้คนตรงข้ามได้เห็นเต็มตา
คาเมะป้องปากตัวเองกับกระจก เป่าลมให้เป็นฝ้า ก่อนจะจรดปลายนิ้วเขียนเรียบเรียงเป็นตัวอักษร
...ฉันมาแล้ว...
และลงท้ายด้วย มือที่วาดโค้งมนด้านบน ก่อนจะจรดพบเจอกับปลายอีกด้าน ผนวกบวกกันเป็นสัญลักษณ์ที่คนทั่วไป รู้ได้ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างภาษา
...รูปหัวใจดวงเล็ก...
...จาก...
...คาเมะ ถึง จิน...
ไม่มีอะไรที่ส่งกลับมา นอกจากเลือดฝาดบนใบหน้าคม และรอยยิ้มที่ดูเก้อเขินจากจิน แม้ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันจะน้อยนิด เทียบไม่ได้กับคู่รักคู่อื่นๆที่มักจะหอมหวานในช่วงแรกเริ่ม แต่การแสดงความรักที่ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การแสดง หรือสายตา พวกเขาไม่เคยเป็นรอง แพ้คู่ไหน หรืออาจจะเรียกได้ว่า...คู่นี้ล่ะ...ครองแชมป์จริงๆ
...มืออบอุ่นเกาะเกี่ยวกัน เดินเคียงข้างไปตลอดทาง หลังจากที่พวกเขาเดินออกมาจาก ร้านกาแฟหน้าสถานี รอยยิ้มและประโยคสนทนาประจำวันดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดย่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็น คาเมะที่เล่า และจิน รับฟัง บรรยากาศที่ คน 2 คนสร้างขึ้น ดูชั่งเหมือนโลกส่วนตัว ที่ใครๆก็ไม่กล้าจะเข้าไปยุ่งย่าม
"เราจะไปไหนกันหรอ...จิน"
"วันนี้เป็นวันของนาย...อยากไปไหนล่ะ" คาเมะเหลือบตามอง นิ้วเรียวแตะริมฝีปากเหมือนใช้ความคิด จินก้มหน้าลงหน่อยๆ มองดูคนรักด้วยสายตาเอ็นดู
"แล้ว...จินไม่ได้คิดไว้หรอ...ว่าจะพาฉันไปไหน" คาเมะเอี้ยวตัว หันมาสบตาคนรัก ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง ก่อนจะส่ายหัวช้าๆ
"คือฉัน...แค่คิดว่าอยากจะอยู่กับคาซึยะนานๆ เหมือนที่คาซึยะเคยบอกกับฉันไง ก็เลย...ไม่ได้คิดเอาไว้" จินหน้าเศร้า เขาดูเหมือนผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ตอนนี้โปรแกรมในหัวที่จะใช้เวลาอยู่กับคนรัก แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำไป
คำพูดที่ได้ยินจากปากของคนข้างกาย ทำให้ตัวคาเมะร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวแอบก้มหน้ายิ้มเอียงอาย หวั่นไหวในใจ ที่กำลังเต้นครึกโครม เขารู้นิสัยของจินดี และเพราะท่าทางแบบนี้ แสดงอะไรออกมาตรงๆ ไม่ปิดบังนี้ล่ะ ที่มักจะทำให้คาเมะรู้สึกมีค่าขนาดไหน สำหรับจิน
...ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่
...ไม่จำเป็นต้องมีของมีค่ามาบำเรอ ให้หลงระเริง
...แค่อยู่ข้างกันแบบนี้ สัมผัสกันเป็นครั้งคราว กระซิบบอกรัก ทั้งทางภาษากาย ภาษาใจ
...ก็เพียงพอแล้วสำหรับคน 2 คน ที่จะอยู่ด้วยกัน...
"ถ้าอย่างนั้น..." มือเล็กบีบกระชับเป็นระยะๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบคล้องแขนแข็งแรงแน่ เอนซบศีรษะกับไหล่กว้าง เหมือนแมวน้อยๆ ที่เที่ยวคลอเคลียเจ้านายของตน "เรามาทำตามที่พูดกันไหมจิน...ตอนนี้ฉันอยากเดินกอดจินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเราค่อยมาคิดอีกทีดีกว่า...ว่าเราจะทำอะไรด้วยกัน...นับจากตอนนี้ไป มันเป็นเวลาของเรา 2 คน เนอะ...จิน"
ยิ้มละไมแจ่มชัดอยู่บนใบหน้าสวยใส ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมขึ้นหยิกแก้มอวบอิ่มของคนรักเบาๆ
"แต่ตอนนี้...จินต้องยิ้มให้ฉันชื่นใจก่อนซิ...ทำหน้าแบบนี้...เดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าฉันบังคับพาจินไปฆ่าหรอก...อย่าทำหน้าเมื่อย...ยิ้มซิยิ้ม..."
แค่ได้ยินแค่นี้...ความขุ่นข้องหมองใจก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง จินรวบมือเล็กนั้นมาบีบ ก่อนจะหัวเราะคลอเคลียกันไปตลอด...
คนทั้งคู่ต่างใช้ช่วงเวลาของกันและกัน เดินไปทั่วใจกลางเมือง ไม่ได้คิดจะพักเหนื่อยด้วยกับเรียกรถนั่งฆ่าเวลาๆ แต่กลับนั่งพักตามเก้าอี้สาธารณะ โดยไม่นึกห่วงว่าจะมีใครจดจำว่าตัวเองเป็นคนดังขนาดไหน และไม่สนใจสายตาใครมอง และซุบซิบ ชี้ชวน
ทาโกยากิใส่ปลาหมึก...แสนอร่อยในราคาน้อยนิดทดแทนเค้กก้อนใหญ่แสนแพง
เครื่องดื่มกระป๋องธรรมดา...ให้ความชุ่มช่ำแทน ไวน์ยี่ห้อดังๆ
เสียงหัวเราะ ต่อกระซิก...บรรเลงเป็นเพลงวันเกิด
อ้อมแขน โอบกอด การละเล่นที่ใช้กลั่นแกล้งกันพอประมาณ...เปรียบเสมือนของขวัญชิ้นล้ำค่าที่หาอะไรเปรียบไม่ได้
ความมืดโรยตัวบดบังแสงสว่างจากด้านนอก เมื่อพวกเขากล่าวเข้ามาสู่โรงหนังขนาดใหญ่ เพราะไอเดียความต้องการอยากดูภาพยนตร์สักเรื่องจากคนตัวเล็กที่ขะยั้นขะยอ อ้อนขอ
เสียงขบขัน ท่าทางลุ้นจนออกนอกหน้า หรือแม้แต่ความขบเครียดของพวกเขา แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง ข้าวโพดที่ซื้อมาจากข้างนอก ร่วงลง เมื่อยามตัวละครแสดงท่าทีตื้นเต้น ตกใจ จนคนทั้งคู่ต้องรีบเร่งเก็บให้สะอาดทั้งที่สายตายังจับจ้องไปที่จอฉายขนาดใหญ่ ก่อนที่หนังจะดำเนินมาถึงท้ายเรื่องจบด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่มือใหญ่เอื้อมแตะให้บริเวณที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของร่างบาง เพราะความซึ้งแสนเศร้า ของหนังรักที่พวกเขา ซื้อตั๋วเข้ามาดู
จินโดนคาเมะบ่นกระเง้ากระงอด ว่าไม่มีอารมณ์โรแมนติกเสียบ้าง ทั้งๆที่ตอนจบน่าเศร้าใจขนาดไหน แต่จินกับไม่เสียน้ำตาเลยสักหยด แล้วค่อยพาลงอนไปซะงั้น จนเจ้าตัวต้องตามงอนด้วยไอศกรีมรสสตอเบอรี่ 1 โคน จูงมือกันเดินเล่นต่อไป
พวกเขาพากันเดินเล่นไปตามร้านค้ามากมาย ชมโน่นดูนี้ สนุกสนาน บ้างลองเสื้อราคาย่อมเยาว์ เลือกดูเครื่องประดับที่แม้ว่าบางชิ้นจะดูด้อยค่า แต่ความสวยอาจแซงหน้าของราคาแพงเชียวล่ะ
แต่ถึงเช่นไร...ความสุขก็มักจะวิ่งผ่านไปเร็วเสมอ ท้องฟ้าที่แต้มสีสว่าง ค่อยๆ ถูกระบายเป็นสีเข้ม และมืดมิดลง ในที่สุด นาฬิกาข้อมือบอก เวลา 3 ทุ่มกว่าๆ ถึงคราวที่พวกเขาจะต้องเก็บภาพวันนี้เอาไว้ในความทรงจำแล้วซิน่ะ
จินก้มมองศีรษะเล็กที่ซบผลอยหลับ เพราะความอ่อนเพลีย ซบร่างซุกหาไออุ่น จนเจ้าตัวต้องกระชับไหล่เล็กให้มั่งคงมากขึ้น ก่อนจะผินหน้า เงยมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ที่กำลังปรากฏภาพโฆษณาเสื้อผ้าของคนรัก ด้วยท่วงท่าน่าทะนุถนอม ถ้าคนทั่วที่เดินพลุกพล่านให้ความสนใจ หันมามอง พวกเขาคงจะได้เห็น นายแบบตัวเป็นๆ กำลังนิทารมณ์เหมือนเด็กน้อย อยู่ให้ผ้าห่มตัวโตที่แสนอบอุ่น
...จิน...ขี่คอหน่อยซิ!!!...
เสียงออดอ้อนของคาเมะ หลังจากที่ลืมตาตื่น ด้วยความงอแงง่วงงัน ยามรู้ว่า เวลาแห่งความสุขกำลังจะมอดไหม้หมดลง จินยอมรับตามที่ขออย่างว่าง่าย เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า และมั่งคง คาเมะซึมซับความรู้สึกรักจากแผ่นหลังแกร่ง ซบหน้า หลับตาพริ้ม แต่ไม่มีทางที่สติจะเลือนหายไปอีก
"คาซึยะ...หลับหรือเปล่า..." จินเหล่มองไปด้านหลังน้อยๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าคนที่เขาแบกอยู่นั้นนิ่งงันไป
"อืม..." เจ้าตัวเพียงแค่ครางตอบรับเบาๆ
"วันนี้...สนุกไหม มีความสุขหรือเปล่า" ถามกลับเสียงอ่อน มองตรงไปข้างหน้าที่ผู้คนเริ่มบางตา คนข้างหลัง เกยคางกับไหล่กว้าง กระชับอ้อมแขนที่โอบอยู่หลวมๆ ให้แน่นขึ้น เอียงหน้ามองเสี้ยวหน้าคนรัก ด้วยรอยยิ้มละมุน
"แล้วจินล่ะ...สนุกหรือเปล่า"
"สนุกซิ...สนุกมากเลยล่ะ" จินตอบแข่งขัน กระชับตัวคนรักให้แน่นขึ้นอีก
"ตัวฉันหนักหรือเปล่า...จิน"
"ไม่เลย...คาซึยะตัวเบานิดเดียวเอง" จินหันมายิ้มกว้างให้คนรัก เพื่อเป็นการยืนยัน คาเมะยิ้มกว้าง เขินอายไม่น้อยกับคำพูดของคนรัก
"ถึงบ้านแล้ว...คาซึยะ"
"อืม..."
ร่างผอมบางถูกประคองให้ลงจากหลังแกร่งช้าๆ หลังจากที่ทั้งคู่ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ
"ขอบคุณนะจิน...วันนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลย...เป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่ามากจริงๆ..." แม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม แต่มันจะเป็นนามธรรมในใจคาเมะเสมอไป
"นี้...คาซึยะ...ช่วยล้วงเข้าไปให้กระเป๋าเสื้อ...หยิบอะไรให้ฉันหน่อยซิ...อยู่ด้านขวาน่ะ" คาเมะมองหน้าร่างสูง ฟังคำขอของเขาอย่างงงงัน ก่อนจะขยับตัวเอื้อมมือล้วงไปยังทิศทางที่จินบอก มือเล็กๆตะปบ แปะป้าย ควานหยิบ เงยหน้าสบตากับคนรักที่ยิ้มด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ จนเจอกับกล้องเล็กๆ หันมาสบตากับคนรักเป็นเชิงถามว่าใช่สิ่งนี้หรือไม่ ก่อนจะหยิบขึ้นมา เมื่อได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับ
กล่องกระดาษที่พันธนาการด้วยเชือกเส้นเล็กๆ เจ้าตัวพลิกดูไปรอบๆ ก่อนจะเงยหน้ามองด้วยความฉงนใจ
"ของคาซึยะล่ะ ฉันไปเลือกกับเจ้ายูแล้วก็อุเอดะเมื่อวาน ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า ลองเปิดดูซิ" แววตาเป็นประการ ราวกับเด็กได้ของเล่น เจ้าตัวรีบกระตุกปลายเชือก และเปิดฝากล่องในทันที
...ตุ้มหูเพชรเม็ดเล็ก 1 ระยิบระยับ เมื่อแสงจากไฟนิออนข้างทางส่องสะท้อน...
"จินซื้อให้ฉันหรอ..." เจ้าตัวถามเสียงใส มือเรียวแตะต้องแผ่วเบา
"อืม...ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่าน่ะ"
"ชอบซิ...ชอบมากเลย..." คาเมะรีบตอบเสียงดังฟังชัด ก่อนจะรีบกอดคอคนรัก ด้วยท่าทีเริงร่า
"ขอบคุณมากนะ จิน..." กลีบปากชุ่มจรดจุมพิตที่แก้มหนาๆ หัวเราะชอบใจ จ้องมองของขวัญในมือไม่วางตา
"ฉันจะรักษาเป็นอย่างดีเลย"
"อืม...ฉันใส่ให้ได้ไหม" จินถามเสียงเบา เม้มปากเขินอาย ท่าทีแบบนี้ล่ะ คาเมะชอบที่สุดเลย เจ้าตัวพยักหน้ารับ เกลี่ยผมทีบังแก้ม ทัดหู รีบถอนเครื่องประดับอันเก่าออกในทันที ก่อนจะเอียงคอหน่อยๆ รอให้จินค่อยๆบรรจงหยิบตุ้มหูเพชรเม็ดเล็ก ใส่ให้อย่างเบามือ ร่างบางรับรู้ได้ถึงแรงสั่นของมือคนรัก เขาหลับตาพริ้มรอจน จินมั่นใจว่ามันจะไม่หลุดหายไปไหน จะตราตรึงอยู่คู่กับคนตรงหน้าตลอดไป
มือหนารวบข้อมือของคาเมะ หยิบเครื่องประดับอีกข้างส่งให้ คาเมะมีทีท่างงงวย ไม่เข้าใจว่าจินต้องการจะให้ทำสิ่งใด
"ส่วนข้างนี้...ฉันขอได้ไหม" จินเอ่ยหน้าตาไม่มั่นใจเท่าที่ควร
"หืม???"
"ฉันอยากให้คาซึยะ ใส่มันให้กับฉันน่ะ ได้หรือเปล่า" ไม่พูดเปล่า ยังทัดผมตัวเองให้เรียบร้อย จนคาเมะเห็นรูเล็กๆ ที่ดูท่าทางคงพึ่งไปเจาะมาอย่างแน่นอน
"จิน...ไม่เจาะมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ"
"เมื่อวาน...แอบเจาะน่ะ...เจ็บเหมือนกันน่ะ" หัวเราะอายๆ พลอยทำให้คนรัก มองแกมเอ็นดูไม่ได้ คาเมะทำตามที่จินต้องการ ด้วยความชำนาญจึงเสร็จเร็วกว่าที่จินทำให้เมื่อกี้เสียอีก
"ตอนนี้เราก็มีเป็นคู่แล้วเนอะ" พูดเสียงใส ยิ้มหวานฉ่ำ จินพยักหน้ารับ มือหนาเลื่อนแตะที่เครื่องประดับของตัวเองเบาๆ
"ราตรีสวัสดิ์นะจิน..."
"เช่นกัน...คาซึยะ"
"พรุ่งนี้เจอกันน่ะ"
"อืม...ฉันจะมารับ"
"บ๊ายบาย..." มือเล็กโบกลาคนรักหวิวๆ ก่อนจะกลับหลัง ทำท่าจะก้าวเดินเข้าบ้านของตน
"...เอ่อ...เดี๋ยวก่อนคาซึยะ" จินกลับรั้งเขาไว้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับมือนุ่มที่กำแขนเล็กเอาไว้
"คือ...ดูเหมือนฉันจะลืมอะไรไปอย่างหนึ่งน่ะ" จินกล่าว เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้คาเมะที่หันมองเขาเต็มตา อย่างฉวนสงสัย มือแกร่งเลื่อนโอบรอบเอวคอดหลวมๆ หน้าผากหนาชิดติดกับคนตรงหน้า เจ้าตัวสูดหายใจเข้าลึก ลมหายใจส่งกระเซ้ากันและกัน เพียงปลายจมูก
...Happy Birth Day to U...
...Happy Birth Day to U...
...Happy Birth Day...
...Happy Birth Day...
...Happy Birth Day to U...
......Happy Birth Day Kazuya...
...ดูเหมือนฉันจะยังไม่ได้ร้องเพลงวันเกิดให้นายเลยนะ!!!...
ร่างสูงแนบริมฝีปาก ร้องเพลงกระซิบที่ข้างใบหู พร้อมกับคำอวยพรสั้นที่พรั่งพรูมาพร้อมกับ แอ่งน้ำน้อยๆ จากขอบตาของคาเมะที่ร้อนผ่าว จินดึงร่างผอมบางเข้ามากอดกระชับ พร้อมกับกระซิบรักที่ข้างหูอีกครั้ง
"ฉันรักนาย...คาซึยะ"
"บ้าที่สุด...นายกำลังทำให้ฉันอยากร้องไห้นะจิน" มือเล็กระดมทุบหลังจิน ก่อนจะกอดรัดแน่น
"แย่จัง...แล้วฉันจะปลอบนายยังไงดีล่ะ" เสียงทุ้มดังกังวาน
"ก็ร้องเพลงวันเกิดให้ฉํนฟังจนกว่าจะเบื่อซิ...คืนนี้ จินไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ" ทั้งคู่หัวเราะประสานเสียงกัน ก่อนที่ค่ำคืนนั้นจะบรรเลงไปด้วยเสียงเพลง ไพเราะ สำหรับคนๆหนึ่ง เพื่อคนอีกคนหนึ่ง ตลอดไป...
สำหรับ คาซึยะ...จิน ชอบทำอะไรให้ประหลาดใจเสมอ
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ ผู้ชายขี้อาย ที่อบอุ่น
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ คนที่อยู่ด้วยแล้วสุขใจ
สำหรับ คาซึยะ...จิน คือ คนที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีค่าเสมอ
สำหรับ คาซึยะ...จิน นี้ล่ะ คือ...สิ่งล้ำค่า ที่เป็นเหมือนของขวัญในทุกๆ เทศกาล
...ฉันก็รักจินน่ะ...รักมากๆ...แล้วก็จะรักตลอดไป...ฉันเชื่อ...ว่ามันจะเป็นแบบนั้น...เพราะจินนั้นล่ะ คือ สิ่งล้ำค่า ที่ฉันรอคอยมาตั้งแต่เกิด!!!...
#~~# THE END #~~#